พรีวิว Huawei Ideos S7 แอนดรอยด์แท็บเล็ตราคาถูก

วันที่: 10 พ.ย. 53 - 16:42
โดย : admin
ผู้ชม : 31508 ครั้ง
พรีวิว Huawei Ideos S7 แอนดรอยด์แท็บเล็ตราคาถูก

ใครที่กำลังมองหาแอนดรอยด์แท็บเล็ตราคาถูกอยู่นั้นทาง Huawei ได้ออกตัว Ideos S7 มาให้สั่งซื้อกันได้แล้วผ่านทาง bestbuy ด้วยราคาเพียงแค่ $299.99 ~ 8,891.70 บาท เท่านั้น แต่ถ้าใครกำลังสนใจตัวนี้อยู่ลองอ่านรีวิวจากเวป slashgear ก่อนน่ะครับค่อยตัดสินใจกัน (ผมแปลมาลงให้แล้ว)


Hardware

็Huawei S7 นั้นมีหน้าจอขนาด 7 นิ้วแสดงผลที่ความละเอียด 800 x 480 หน้าจอแบบ resistive (มีปากกาแถมมาให้ด้วย) 

ปุ่ม home, menu และ back นั้นจะวางอยู่ทางด้านซ้าย (เป็นปุ่มแท้ไม่ใช่ปุ่ม touch) 

ส่วนปุ่มโทรออกรับสายจะอยู่ทางด้านขวาพร้อมกับ optical trackpad

ทางด้านข้างฝั่งซ้ายจะเป็นปุ่มปรับเสียง 

ขณะที่ปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ด้านมุมขวาบน ส่วนด้านซ้ายบนจะเป็นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.

ด้านขวาจะเป็นช่องเสียบ microUSB และช่องเสียบที่ชาร์จ

ด้านล่างจะเป็นช่องต่อ docking และช่องเสียบ microSD 

ตัวเครื่องไม่มีกล้องด้านหลังแต่จะมีกล้องด้านหน้า 2MP เอาไว้ใช้ video call ส่วนการใช้งานเป็นโทรศัพท์นั้นสามารถใส่ SIM ได้ใช้ได้ทั้ง 2G GSM/EDGE และ 3G UMTS/HSDPA (850/900/1900/2100) มี WiFi b/g/n และ Bluetooth 2.1+EDR และสามารถต่อ USB ผ่าน OTG Host ได้ 

ทาง Heawei ไม่ได้ใส่โปรแกรม 3G hotspot เอาไว้ แต่ว่าจะมี Accelerometer สำหรับหมุนหน้าจออัติโนมัติและ light sensor สำหรับปรับแสงสว่างหน้าจออัติโนมัติ ส่วนแบตเตอรี่นั้นมีขนาด 2,200 mAh แบบ Li-Ion ใช้งานได้ 4 ชม.เท่านั้นน้อยกว่า Galaxy Tab ซึ่งมีขนาด 4,000 mAh ใช้งานได้ 7 ชม. และต้องชาร์จผ่าน AC adapter ชาร์จผ่านช่อง microUSB ไม่ได้

น้ำหนักของ Heawei S7 นั้นจะหนัก 500 กรัมเมื่อเทียบกับ Galaxy Tab แล้วจะหนักกว่าถึง 120 กรัม แต่ยาวกว่าและผอมกว่า Galaxy Tab จะไม่มี trackpad และใช้เป็นปุ่มสัมผัสซึ่งจะไม่เหมือนกับ Heawei S7 

หน่วยประมวลผล (CPU) ของ Heawei S7 จะใช้ของ ARM Cortex A8 ที่ความเร็ว 768MHz คู่กับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 512MB และหน่วยความจำรอม (ROM) ขนาด 512MB มี flash memory ภายในตัวเครื่อง 4GB สามารถเสียบ microSD เพิ่มได้


Software
Heawei S7 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.1 Eclair สามารถอัพเป็น Android 2.2 Froyo ได้ทีหลัง 

ส่วนทางหน้าจอการใช้งาน (UI) มีการปรับแต่งจากดั้งเดิมโดยที่หน้า home จะมีแบ่งเมนูออกเป็น 5 หัวข้อ Home, Web, Entertainment, Communications , Favorites วางไว้อยู่ด้านล่างหน้าจอ ตรงกลางหน้าจอจะแบ่งเป็น 2 ส่วนสามารถใส่ widgets และ icons ได้ ด้านมุมขวาบนของหน้าจอจะมีปุ่มควบคุมการเปิดปิด Bluetooth, WiFi, ปรับแสง, สัญญาณมือถือ, แบตเตอรี่, ปุ่มสลับการใช้งาน  และทางด้านซ้ายมุมบนสุดจะเป็นนาฬิกาบอกเวลา

ปุ่มสลับการใช้งานนั้นมีประโยชน์มาก เพราะเมื่อเวลามี notifications เข้ามาตัวไอคอน i จะมีแสงขึ้นมาทำให้เห็นได้ชัด และเมื่อกดปุ่มนี้หน้าจอจะแสดงโปรแกรมที่กำลังใช้งานในขณะนี้อยู่ทั้งหมดซึ่งสามารถสั่งให้โปรแกรมหยุดทำงานได้ทันที แตกต่างกับ Galaxy Tab ที่จะไม่มีปุ่มนี้


Performance 
ใครที่เห็นคำว่า resistive ก็คงสั่นสะท้านไปถึงทรวงกันเลยทีเดียว แต่ทาง slathgear บอกว่าตัว S7 นั้นระบบสัมผัสไม่ได้แย่อย่างที่คิด เพราะระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์นั้นเป็นระบบ finger-friendly ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ใช้งานนั้นสะดวกยิ่งขึ้น ส่วนการพิมพ์บนหน้าจอนั้นเขารู้สึกไม่เหมือนกับหน้าจอ resistive ทั่วไปที่เมื่อเวลากดลงไปแล้วปล่อย มันจะเหมือนกับว่ามีการดึงกลับของพลาสติกบนหน้าจอ แต่อย่างไรก็ตามหน้าจอ resistive ก็ยังจำเป็นที่จะต้องใช้แรงกดมากกว่าหน้าจอ capacitive เมื่อใช้งานไปสักพักอาจจะรู้สึกเหนื่อยและเบื่อที่จะใช้งานก็ได้ และหน้าจอ resistive นั้นไม่สามารถใช้ multitouch ได้เวลาจะซูมเข้าออกจะต้องใช่กดปุ่มซูมหรือทำการกด 2 ครั้งบนตัวหนังสือแทน

เมื่อเทียบกับ Galaxy Tab แล้วเห็นได้ชัดเลยว่า Galaxy Tab ชัดกว่าและสีสดกว่า



S7 ไม่สามารถเล่น Flash ได้ ถึงแม้ว่าจะอัพเป็น Froyo แล้วก็ยังไม่ชัวร์ว่าจะเล่นได้ ส่วนเวลาเล่นเน็ตนั้นแสดงผลได้ค่อนข้างเร็วที่ความละเอียด 800 x 480 WVGA แต่ว่าไม่สามารถดูหรืออ่านนานๆได้และเมื่อซูมออกตัวหนังสือจะมองเห็นไม่ชัด 

การเข้า Android Market นั้นสามารถทำได้ แต่ว่าค่อนข้างแปลกที่หาชื่อไม่เจอทำให้ลงโปรแกรมหรือเกมส์ไม่ได้ (ไม่รู้เป็นทุกโปรแกรมหรือเปล่า) ตัวอย่างเช่นเกมส์ Angry Birds ก็ต้องลงผ่าน USB แทน แต่เมื่อเวลาเล่นแล้ว สามารถแสดงผลแบบ full-screen ได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด มองดูเหมือนจะโหรงเหรงนิดหน่อยเวลาเล่นที่หน้าจอขนาด 7 นิ้ว

การใช้งานโปรแกรมโดยส่วนมากแล้วจะมีปัญหาเรื่องการยืดขยายของหน้าจอใน S7 ทำให้แสดงผลได้ไม่สวยงามหรือถูกต้องนัก ตัวอย่างเช่นโปรแกรมดูอีเมลล์ธรรมดานั้น ก็แสดงผลได้ไม่เต็มหน้าจอจะมีส่วนที่ว่างๆไม่สามารถใช้งานได้อยู่ ซึ่งนั้นก็เป็นเพราะว่าโปรแกรมออกแบบมาเพื่อหน้าจอขนาด 4.3 นิ้วหรือน้อยกว่านั้นถือว่าเป็นปัญหาอย่างนึงของแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (สงสัยคงต้องรอ HoneyComb)  แต่สำหรับ Galaxy Tab นั้นทาง Samsung ได้ลงทุนให้ทางวิศวกรพยายามปรับเปลี่ยนและแก้ไขโปรแกรมให้เหมาะสมไม่เพียงแต่ความละเอียดเท่านั้นแต่รวมถึงขนาดหน้าจอด้วย ก็เลยทำให้ไม่มีปัญหาในเรื่องการแสดงผล (Samsung คงเตรียมตัวมาอย่างดี)

เรื่องการโทรเข้าออก S7 สามารถใช้ voice calls หรือการสั่งให้โทรโดยใช้เสียงพูด (ใช้งานดีกับ SMS และ MMS) แต่ Galaxy Tab ไม่สามารถทำได้มีเพียงฟังเสียงพูดผ่าน speakerphone เท่านั้น

ส่วนการบันทึกวีดีโอนั้นตามคาดก็คือเบลอเพราะกล้องแค่ 2 MP เท่านั้น และไม่สามารถใช้ video call ได้ถ้าจะใช้ต้องใช้งานผ่านโปรแกรม Fring เท่านั้น

เรื่องแบตเตอรี่ต้องปวดตับกันเลยทีเดียวเพราะว่าทาง slashgear ลองทดสอบดูแล้วใช้ได้แค่ 2 ชม. (เปิดแสงสว่างสุด, เปิด WiFi และ 3G) แต่ถ้าปิดการใช้งานโทรศัพท์และปรับแสดงให้เหลือ 50 เปอร์เซ็นต์อาจจะใช้ได้ราวๆสัก 3 ชม.

Wrap-Up (สรุป)
ถือได้ว่า S7 เหมาะสมกับราคาเมื่อเทียบกับสเปคที่ได้ และอีกเรื่องที่ทาง slashgear หวังไว้ก็คือ อยากจะให้ทำระบบควบคุมพลังงานเพราะว่าสามารถใช้งานได้แค่ 2-3 ชม.เท่านั้น ถึงแม้ว่าตัว S7 จะราคาถูกก็ตามแต่ว่าลูกค้าก็ต้องการที่จะใช้งานได้นานโดยที่ไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ ซึ่งแตกต่างกับ iPad ที่แสดงให้เห็นว่าระยะเวลาในการใช้งานนั้นคือสิ่งสำคัญ มันจะช่วยทำให้ผู้ใช้งานสะดวกในการพกพาเพราะไม่จำเป็นต้องชาร์จบ่อยๆ

สุดท้ายนี้ ข้อเสียของ S7 ที่มีความละเอียดหน้าจอต่ำและการใช้งานแบตเตอรี่ที่สั้นทาง slashgear คิดว่าอาจจะทำให้ Huawei S7 นั้นไม่เวิร์กเท่าไรนัก แตกต่างจากมือถือแอนดรอยด์ Desire HD หรือ EVO 4G ที่พยายามทำให้ใช้งานได้นานขึ้นถึงแม้ว่าขนาดเครื่องจะเล็กกว่าก็ตามที และเมื่อเทียบกับ Galaxy Tab ถึงราคาจะแพงกว่าแต่การใช้งานโดยรวมนั้นดีกว่ามาก 
  วันที่ผู้ชมผู้โพส
ข้อกำหนดในการใช้เว็บบอร์ด TabletD
21 เม.ย. 55
64073administrator