ขยาย >>

[รีวิว] ASUS Eee Pad Slider โดย TabletD.com (1/2)


วันที่: 9 ต.ค. 54 - 23:06
โดย : admin
ผู้ชม : 8389 ครั้ง
[รีวิว] ASUS Eee Pad Slider โดย TabletD.com (1/2)

ช่วงนี้เป็นวิกฤตอุทกภัยที่ถ่าโถมบ้านเราอย่างไม่หยุดหย่อน ถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากจะประสบ แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ยังก็ขอเอาใจช่วยทุกๆคนที่ประสบภัยอยู่ในขณะนี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยดีในเร็ววันครับ กลับมาประเด็นหลักวันนี้ทางเว็บ TabletD ได้แท็บเล็ตตัวล่าสุดที่กำลังจะเข้ามาขายในไทยนั่นก็คือ ASUS Eee Pad Slider มารีวิวให้ได้ชมกันซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการเปิดเผยราคาออกมาแล้ว โดยรุ่นความจุ 16GB WiFi นั้นจะมีราคาอยู่ที่ 17,900 บาท (รวม VAT แล้ว) คาดว่าน่าจะวางขายในไทยช่วงกลาง - สิ้นเดือนนี้ครับ

สิ่งที่น่าสนใจของแท็บเล็ตตัวนี้ก็คือมีคีย์บอร์ดแบบสไลด์ได้อยู่ในตัวเครื่องเลย ทำให้ลดจุดอ่อนด้านการพิมพ์ไปได้ แต่ก็แลกกับการที่มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย (ได้อย่างเสียอย่าง)  ส่วนซอฟท์แวร์การใช้งานเรื่องเอกสารงานพิมพ์ก็มีแอพพลิเคชั่น Polaris Office ที่สามารถจัดการ แก้ไข เพิ่มเติมไฟล์ Microsoft Office ต่างๆได้ บวกกับคีย์บอร์ดแบบสไลด์ได้ในตัวแล้วถือว่าสามารถใช้งานได้ดีระดับนึงเลยทีเดียว

สเปคเครื่อง
ASUS Eee Pad Slider มีสเปคเครื่องไม่แตกต่างจาก ASUS Eee Pad Transformer เท่าไรนัก ใช้หน่วยประมวล NVIDIA Tegra 2 ซีพียู dual-core ความเร็ว 1GHz และแรม 1GB เท่ากัน จะแตกต่างกันตรง Slider ไม่มีช่องเสียบ SD card, ช่องเสียบ USB มีช่องเดียวและแบตเตอรี่จะมีเพียงส่วนเดียวเท่านั้น Transformer จะมี 2 ส่วนทั้งบนตัวแท็บเล็ตและคีย์บอร์ด แต่เมื่อรวมร่างแล้ว Transformer จะมีน้ำหนักเยอะกว่า Slider

สำหรับหน้าจอของ Slider จะเป็นแบบ IPS Panel ทำให้ภาพคมชัดดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งถ้าเทียบกับยี่ห้ออื่นๆแล้ว Slider และ Transformer จะดูดีกว่า ส่วน iPad 2 ที่เป็น IPS Panel เหมือนกันแต่ด้วยความละเอียดหน้าจอที่น้อยกว่าทำให้ภาพของ Slider ดูคมกว่า ถือเป็นจุดเด่นของแท็บเล็ต ASUS เลยก็ว่าได้

ส่วนจุดขายอีกอย่างของแท็บเล็ต ASUS ที่พยายามสร้างความแตกต่างก็คือคีย์บอร์ด โดยตัว Slider นี้จะมีคีย์บอร์ดแบบสไลด์ได้ติดมากับตัวเครื่องเลยไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม รวมถึงสะดวกต่อการพกพาด้วย แต่อย่างไรก็ตามน้ำหนักและความหนาของตัวเครื่องก็จะสูงตามโดย Slider นี้จะมีน้ำหนักถึง 960 กรัมและตัวเครื่องหนา 17.3 มม.


รูปลักษณ์ สัมผัส ความรู้สึก


สัมผัสแรกบอกได้เลยครับว่าหนัก แต่ในความหนักก็มาพร้อมกับวัสดุที่ดีให้ความรู้สึกพรีเมื่ยมมากกว่าแท็บเล็ตตัวอื่นๆ ส่วนรูปลักษณ์ด้านหน้ามาแปลกตรงที่ด้านข้างจะไม่ตัดตรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแต่จะโค้งเล็กน้อยเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับตัวแท็บเล็ต ด้านหลังใช้วัสดุคล้ายกับ PlayBook มีความหนืดในตัวเล็กน้อยป้องกันการลื่นได้ระดับนึง



งานประกอบ
ทาง ASUS ทำออกมาได้ดีมากทุกชิ้นแนบสนิทไม่มีช่องว่าง ส่วนสไลด์ด้านหลังหลายคนอาจจะกังวลเรื่องความแข็งแรง แต่ไม่ต้องห่วงครับเนื่องจากด้านหลังจะมีแผ่นอลูมิเนียมหนาและโครงพลาสติกค้ำอยู่ เวลาสไลด์ก็ออกแรงดึงส่วนจอขึ้นมา (ไม่ต้องห่วงว่ามันจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆนะครับ เพราะเขาทำออกมาได้แข็งแรงดี)





ด้านหลังเวลาสไลด์ขึ้นมาแล้วจะมีแผ่นอลูมิเนียมค้ำอยู่


ถ้าดูด้านในแผ่นอลูมิเนียมหนาใช้ได้เลย แถมยังมีโครงพลาสติกช่วยค้ำอีกอัน
เวลารู้สึกเหมือนมีสปริงช่วยดันด้วยอีกแรง


ส่วนตัวล็อคหน้าจอจะมีตะขอเกี่ยวเอาไว้อยู่ทั้งสองด้าน
แต่ก็มีข้อเสียคือเราจะไม่สามารถปรับการทำมุมของหน้าจอได้
เพราะมันจะล็อกให้ทำมุมได้ขนาดนั้นขนาดเดียวเท่านั้น


ปุ่มกันลื่นสีดำๆ มีอยู่ 5 ตัวที่ด้านหลังตัวเครื่อง


ด้านหลังวัสดุเช่นเดียวกับ PlayBook มีความหนืดเล็กน้อย

ช่องเสียบและปุ่มต่างๆ
มีมาให้เกือบครบครับทั้ง microSD, HDMI, USB 1 ช่องและ Dock Connector จะขาดก็เพียงช่อง SD การ์ดเท่านั้น


ด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องเสียบ HDMI และ Dock Connector สำหรับชาร์จ


ด้านซ้ายมือจะมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ปรับ-ลดเสียง และปุ่มรีเซ็ทเครื่อง


ด้านซ้ายมือเช่นกันแต่เป็นเยื้องไปด้านบนจะมีช่องเสียบ microSD


ด้านขวามือจะมีช่องเสียบ USB และหูฟัง 3.5 มม.

หน้าจอ
อันนี้ต้องบอกว่า IPS Panel สุดยอดคมชัดเป็นธรรมชาติ ดูดีกว่าแท็บเล็ตตัวอื่นๆ รวมถึง iPad 2 เพราะ iPad 2 มีความละเอียดหน้าจอน้อยกว่าอยู่ที่ 1024 x 768 แต่ Slider จะอยู่ที่ 1280 x 800 ทำให้ภาพดูคมชัดว่า




มุมมองกว้าง ถ้าตามเอกสารเขาบอกว่า 178 องศา


สรุป
ด้านงานประกอบ ฮาร์ดแวร์ วัสดุ ถือว่าสอบผ่านจะติดก็ตรงน้ำหนักตัวเครื่องที่หนักและหนาไปหน่อย แต่ก็แลกกับการได้คีย์บอร์ดติดมากับตัวพร้อมช่องเสียบครบครันทั้ง HDMI, USB, microSD อีกจุดเด่นก็คือหน้าจอ IPS ให้ภาพและตัวหนังสือคมชัด

คะแนนตามความคิดผู้รีวิว
  • รูปร่างการออกแบบ : 6.5 - หนาและหนักเกินไปแต่การออกแบบในการสไลด์ทำได้ดีแข็งแรงมั่นคง
  • วัสดุและฮาร์ดแวร์ : 8 - งานประกอบและวัสดุดีเยี่ยม หน้าจอแจ่ม
มีต่อภาค 2 ครับ รออัพสักครู่

ขอขอบคุณบริษัท ASUS Thailand จำกัด สำหรับเครื่องที่ให้ยืมในการรีวิวครั้งนี้
ช่วงนี้หลายๆอุปกรณ์ก็เริ่มทยอยได้รับอัพเดทเป็น Android 4.0 Ice Cream Sandwich กันมากขึ้น โดยล่าสุด ASUS Eee Pad Slider ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่ได้รับอัพเดทแล้ว (ในสหรัฐ) ซึ่งตัวซอฟต์แวร์จะเป็นเวอร์ชั่น 9.2.1.21 สำหรับใครที่มีเครื่องอยู่ในมือแชร์ข้อมูลกันได้นะครับว่าได้รับอัพเดทกันแล้วหรือยัง
ทาง Asustek ไทยได้จัดโปรโมชั่นฉลองเทสกาลตรุษจีนด้วยการลดราคา โน้ตบุ๊ก อีพีซี และอี-แพด ตั้งแต่วันนี้ - 5 กุมภาพันธ์ สำหรับ Eee Pad Slider นั้นยังคงราคาเดิมคืออยู่ที่ 16,900 บาทแต่มีแถมกระเป๋าสะพายมูลค่า 590 บาทแทนครับ
ในส่วนของแท็บเล็ต ASUS Eee Pad Slider ก็น่าจะลดราคาลงถาวรเหลือ 16,900 บาท สำหรับ ASUS Eee Pad Transformer ก็มีรุ่น 3G ความจุ 16GB เข้ามาขายแล้วในราคา 18,900 บาทรองรับทุกเครือข่าย
จากภาพ นายสิทธิชัย รุจิเกียรติขจร ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบรางวัล “E-Pad Slider” แท็บเล็ตรุ่นล่าสุดจากเอซุส มูลค่า 17,900 บาท ให้แก่ คุณอัญชสา บุญชินวัฒน์ ผู้โชคดีจากการเข้าร่วมสนุกเล่นเกมส์ตอบคำถามผ่านwww.facebook.com/ASUSThailand กับแคมเปญ “Your Dream Trip” ณ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตึก Q HOUSE สาทร เมื่อเร็วๆ นี้
#1
10 ต.ค. 54 - 07:07 : แจ้งลบ :
Xnarak Jija says:
ตัดสินใจไม่ถูกเลยว่าจะเลือกตัว Slider หรือตัว Transformer ดี สองใจมากๆ

#2
22 พ.ย. 54 - 15:08 : แจ้งลบ :
ผมว่ถ้า transformer จะมีหรือไม่มีคีย์บอร์ดก็ได้
พอถอดคีย์บอร์ดออก นน. ก็จะเบากว่า

*ข้อห้าม
  • พื้นที่นี้สำหรับแสดงความคิดเห็นเท่านั้น ถ้าท่านใดต้องการลงประกาศสามารถเข้าไปได้ที่ ตลาดซื้อ-ขาย