[รีวิว] ASUS Eee Pad Transformer Prime TF201 ภาคฮาร์ดแวร์ โดย TabletD.com

วันที่: 25 ม.ค. 55 - 22:48
โดย : admin
ผู้ชม : 8947 ครั้ง

หลังจากที่ทาง ASUS ได้เปิดตัว Transformer Prime TF201 ในไทยไปเมื่อวานนี้ทางเว็บก็ได้เครื่องมารีวิวพร้อมกันเลยครับ ผมต้องขออนุญาตเอาภาพจากงานเมื่อวานที่ถ่ายกลางแจ้งมาผสมกับในร่ม เพื่อจะได้เห็นสภาพการใช้งานในรูปแบบแตกต่างกันนะครับ

สำหรับ Transformer Prime เป็นแท็บเล็ตรุ่นที่สองต่อจาก Transformer ตัวแรก ซึ่งทาง ASUS ก็ยังคงแนวคิดเดิมคือสามารถประกอบกับคีย์บอร์ด Dock ได้ ช่วยตอบโจทย์ในส่วนการใช้งานด้านการพิมพ์ที่แท็บเล็ตยี่ห้ออื่นๆไม่ค่อยเน้นเท่าไร ซึ่งก็ถือเป็นจุดขายที่ทาง ASUS ดึงมาโปรโมทในรุ่นนี้

สเปคเครื่อง
Transformer Prime ถือเป็นแท็บเล็ตตัวแรกที่ใช้ชิปประมวลผล NVIDIA Tegra 3 ซีพียู Quad-core ซึ่งจากการที่ได้ลองสัมผัสและใช้งานพบว่าลื่นไหลกว่า Tegra 2 พอสมควร ส่วนอื่นๆก็มีหลายอย่างที่มีการอัพเกรดและนำจุดด้อยในรุ่นแรกมาปรับให้ดีขึ้นทั้งความบาง เบา กล้องและหน้าจอ แต่อย่างไรก็ตามพบปัญหาในส่วนของ GPS ที่ค่อนข้างจะจับสัญญาณได้ยากเวลาอยู่ภายในอาคารแทน โดยล่าสุดทาง ASUS ก็ได้ออกแถลงว่ารุ่นนี้มีปัญหาเรื่อง GPS จริง ส่วนนึงก็เป็นเพราะการออกแบบตัวเครื่องที่ใช้วัสดุเป็นอลูมินัมแบบ unibody (ชิ้นเดียว) นั่นเอง และจากที่ผมทดสอบก็พบปัญหาเช่นเดียวกันครับคือจับสัญญาณไม่ได้เลย

เรื่องแบตเตอรี่ของ Transformer Prime มีดีตรงที่มีแบตทั้งคีย์บอร์ดและแท็บเล็ตเมื่อแท็บเล็ตแบตหมดสามารถเสียบ Dock เพื่อชาร์จให้กับแท็บเล็ตได้ สำหรับรุ่นที่วางขายในบ้านเราจะมีเฉพาะ WiFi ความจุ 32GB เท่านั้น ยังไม่มี 3G ครับและอาจจะไม่มีด้วย

ในส่วนความบางของตัวเครื่องมีการปรับลดลงเหลือ 8.3 มม. จากเดิม 12.9 มม. เช่นเดียวกับน้ำหนักที่ลดมาเหลือ 586 กรัมจากเดิม 680 กรัม และเมื่อรวมกับคีย์บอร์ด Dock จะมีน้ำหนัก 1.13 กิโลกรัม

พูดถึงเรื่องกล้องกันบ้างถ้าเอาเฉพาะสเปคจะดูดีมากเพราะมีกล้องถึง 8 ล้านพิกเซลบวกกับอีกสารพัดฟีเจอร์มากมายจนบรรทัดเดียวใส่ไม่หมด (ดูในสเปคข้างล่างได้ครับ) ซึ่งก็ยังไม่มีแท็บเล็ตตัวไหนในตอนนี้กล้าใส่มามากขนาดนี้มาก่อนถือว่าน่าสนใจครับ แต่........ทว่าพอใช้งานจริงผมกลับรู้สึกไม่แตกต่างจากเดิมเท่าไรนัก (อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ต้องลองด้วยตัวเองครับ)



รูปลักษณ์ สัมผัส ความรู้สึก
ในรุ่นนี้จะเปลี่ยนวัสดุเป็นโลหะหมดเกือบทั้งเครื่องเลยครับยกเว้นปุ่มพิมพ์คีย์บอร์ด น้ำหนักก็เบาขึ้นและเมื่อรวมร่างแล้วก็บางลง เบาขึ้นเช่นกันแต่ก็ยังถือว่าหนักอยู่ดีพอๆกับเน็ตบุ๊คเครื่องนึงได้ (ซึ่งเวลาใช้งานเราก็ต้องวางบนโต๊ะหรือบนตักอยู่แล้วครับ คงจะไม่มีปัญหาเท่าไร) ส่วนตัวแท็บเล็ตจะรู้สึกเบาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 


ด้านหลังแท็บเล็ตจะเป็นวงๆสะท้อนแสง



การออกแบบตัวแท็บเล็ตจะโค้งคล้ายๆกับ iPad 2 ไม่มีส่วนเหลี่ยมเหมือนรุ่นแรก ส่วนตัวคียบอร์ด Dock มีการออกแบบเครื่องให้ลาดลงเหมือนกับ ZENBOOK หรือ Macbook Air นั่นแหละครับ แต่จากการสัมผัสผมรู้สึกว่ามันแหลมไปหน่อยเวลาจับแต่ละทีกลัวจะบาดนิ้วเอา ซึ่งถ้าที่บ้านใครไม่มีมีดคงจะเอาไปหั่นผักแทนน่าจะได้เหมือนกันครับ (ผมล้อเล่นนะครับ)


ช่องเสียบ, ปุ่มต่างๆและคีย์บอร์ด Dock
TF201 รุ่นนี้มีการปรับเปลี่ยนช่อง HDMI เป็น Micro HDMI แทนส่วนช่องอื่นๆยังคงเหมือนเดิม โดยมีช่องเสียบ microSD ที่ตัวแท็บเล็ต ส่วนช่องเสียบ SD การ์ดกับ USB อยู่ที่ตัว Dock ครับที่ตัวแท็บเล็ตจะไม่มีช่องเสียบ USB เลย สำหรับปุ่มเปิดปิดเครื่องและปุ่มปรับลดเสียงมีตำแหน่งอยู่ทางซ้ายมือของเรา

สำหรับคีย์บอร์ด Dock ผมรู้สึกว่าปุ่มต่างๆจะนิ่มกว่ารุ่นแรก ตอนรุ่นแรกจะรู้สึกแข็งเกินไปพิมพ์ยาก แต่อันนี้ไม่เป็นอย่างนั้น


ด้านซ้ายมือของตัวแท็บเล็ตจะมีปุ่มปรับลดเสียง, ช่อง Micro HDMI, ช่องเสียบ microSD และไมโครโฟน


ด้านซ้ายของคียบอร์ด Dock จะมีช่องเสียบ Dock สำหรับเสียบที่ชาร์จ


ด้านขวาของ Dock จะมีช่องเสียบ SD การ์ดและ USB


คีย์บอร์ดภาษาไทยครับ


ตัวล็อคหน้าจอเหมือนกับรุ่นแรก

หน้าจอ
จากที่ผมเคยรีวิว Transformer รุ่นแรกไปแล้วพบว่าเวลาใช้งานนอกอาคารแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย แต่ในรุ่น TF201 นี้ก็ได้มีการเปลี่ยนไปใช้หน้าจอ Super IPS+ แทน ฟังดูน่าจะเจ๋งใช่ไหมครับมีทั้ง Super แล้ว + อีกอะไรจะขนาดนั้น แต่จริงๆแล้วก็แค่เพิ่มความสว่างเท่านั้นเองแหละครับ ผมพูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ ถ้าให้เปรียบเทียบจอของ Transformer Prime กับยี่ห้ออื่นแล้วบอกได้เลยว่าคมและชัดกว่าหลายๆยี่ห้อ ซึ่งถ้าให้เทียบกับสุดยอดจออย่าง Super AMOLED Plus แล้วถือว่าสูสีดีคนละแบบ Super AMOLED Plus จะให้สีที่สดส่วน Super IPS+ จะคมและเป็นธรรมชาติ


แบบในร่ม


มุมมองกว้างไม่รู้กี่องศา แต่มองมุมไหนก็เห็นชัด







แบบนอกอาคาร


แบบปรับแสงสุดดีกว่าเก่าตรงยังพอมองเห็นบ้าง




สรุป
ทาง ASUS ถือว่าทำการบ้านมาอย่างดีตรงที่พยายามปรับปรุงแก้ไขข้อด้อยที่พบในรุ่นแรกทั้งการปรับหน้าจอให้สว่างขึ้น ปรับตัวเครื่องให้บางลง เบาขึ้น ทำคีย์บอร์ดภาษาไทยมาพร้อมเลย และใช้ชิปประมวลผลตัวใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA Tegra 3 ซีพียู Quad-core ที่น่าจะเร็วที่สุดในตอนนี้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังพลาดในส่วนของ GPS อยู่ดี ซึ่งก็น่าเสียดายแต่โดยรวมแล้วก็ถือได้ว่าอัพเกรดจากรุ่นแรกมาพอสมควรบวกกับจุดขายเดิมที่มีคีย์บอร์ดแยกร่างได้ทำให้ Transformer Prime เป็นแท็บเล็ตที่มาแรงและน่าจับตามองในตลาดตอนนี้ (ถ้าราคาถูกกว่านี้จะดีมาก)

คะแนนตามความคิดผู้รีวิว
  • รูปร่างการออกแบบ : 8 - ผมไม่ค่อยชอบตรงแหลมๆเท่าไร แต่นอกนั้นก็ดูดี บางและก็เบาขึ้น
  • วัสดุและฮาร์ดแวร์ : 9 - วัสดุเป็นอลูมินัมแบบ unibody หน้าจอสว่างกว่าเดิม ชิป NVIDIA Tegra 3 แรงและเร็ว แต่เสียดายที่ GPS จับสัญญาณยาก

ขอขอบคุณบริษัท ASUS Thailand จำกัด สำหรับเครื่องที่ให้ยืมในการรีวิวครั้งนี้




Comments : ความคิดเห็น
#1
25 ม.ค. 55 - 23:38 : แจ้งลบ :
hurikain says:

ขอบคุณครับผม

#3
26 ม.ค. 55 - 01:03 : แจ้งลบ :
alwaystong says:

ช่วยทดสอบ 10 Touch Multi Gesture ให้หน่อยครับ มันอยู่ตรงไหน ผมใช้ Splashtop ไม่เห็นได

#4
26 ม.ค. 55 - 05:09 : แจ้งลบ :
hurikain says:

ผมใช้ได้นะครับ Spashtop น่ะครับ ต้องลงโปรแกรมที่คอมด้วยนะครับ

#5
26 ม.ค. 55 - 09:34 : แจ้งลบ :
alwaystong says:

ใช้ได้ครับเพียงแต่ว่า ใช้สองนิ้วจิ้มพร้อมกัน แบบที่splashtop แนะนำไม่ได้อะครับ

#6
26 ม.ค. 55 - 10:50 : แจ้งลบ :
hurikain says:

งั้นผมขอลองก่อนฮะ บางทีเน็ตมันต้องไวมากๆ 55

#7
26 ม.ค. 55 - 10:54 : แจ้งลบ :
hurikain says:

ที่เลื่อน Scroll ใช่ไหมครับ ผมลองแล้วนะครับว่าใช้ได้ครับผม แต่ต้องเน็ตเร็วและแฟลชไม่เยอะครับ น่าจะไปได้เร็วฮะ

วันนี้ทาง ASUS ได้ปล่อยเครื่องมือปลดล็อค bootloader สำหรับแท็บเล็ต Transformer Prime ซึ่งต่อไปนี้เราจะสามารถลง custom ROM ได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามมีคำเตือนจากทาง ASUS บอกว่าเมื่อทำการปลดล็อคแล้วจะไม่สามารถแก้ไขเพื่อกลับคืนสู่สภาพก่อนปลดล็อคได้ ไม่เพียงเท่านี้ประกันตัวเครื่องก็จะหมดลงทันทีและไม่สามารถรับอัพเดทจากทาง ASUS ได้อีกต่อไป และแน่นอนทาง ASUS ก็ไม่แนะนำให้ทำการปลดล็อค bootloader แต่ถ้าต้องการจริงๆก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น...
ก่อนหน้านี้มีสเปคหลุดจากผลทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอพ NenaMark2 ระบุเอาไว้ว่าแท็บเล็ต ASUS TF300T จะใช้ชิปประมวลผล NVIDIA Tegra 3 ความเร็ว 1.5GHz แต่ว่าล่าสุดทางเว็บ  tabletowo.pl ได้เผยภาพสไลด์ระบุสเปคใหม่ของ ASUS Eee Pad Transformer TF300T และ TF700T โดยจะแตกต่างกันตรงที่ความเร็วเป็น 1.2 GHz แทน ส่วน TF700T นั้นเดิมทีในงาน CES 2012 ระบุว่าจะใช้ชิป NVIDIA Tegra 3 เช่นกันแต่ในเอกสารกลับระบุว่าจะใช้ชิป Qualcomm Snapdragon APQ8060A ที่มีความเร็ว 1.5GHz ซีพียู dual-core (แต่ยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ)...
หลังจากที่เมื่อคืนวานทาง Google ได้ปล่อย Chrome Browser เวอร์ชั่น Beta สำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่รันระบบปฏิบัติการ Android 4.0 Ice Cream Sandwich ให้ได้ทดลองใช้กันเฉพาะบางประเทศ (ไทยยังไม่ได้) ล่าสุดทางเว็บไซต์ Netbooknews มีวีดีโอพรีวิวทดลองใช้งานบน ASUS Eee Pad Transformer Prime ให้ได้ชมกันแล้วครับ...
จริงๆทาง ASUS ก็ได้เริ่มวางขายไปสักพักแล้วสำหรับ Eee Pad Transformer Prime โดยราคาที่ตั้งเอาไว้นั้นอยู่ที่ 20,900 บาท (รวม VAT แล้ว) เป็นแท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 10.1 นิ้วตัวแรกที่ใช้ประมวลผล NVIDIA Tegra 3 ซีพียู Quad-Core มีคีย์บอร์ด Dock สามารถแยกร่างได้มาพร้อมสกรีนภาษาไทยเรียบร้อยแล้ว ใครสนใจสามารถหาซื้อได้ตามร้านตัวแทนจำหน่ายของ ASUS เลยครับ (ดูรายชื่อร้านได้ที่ลิงค์นี้ event.asus.com)...