Microsoft

[PR] ไมโครซอฟท์แนะนำ 5 แอพฯ เพื่อการศึกษา (Windows 8)
วันที่: 17 ก.ค. 57 - 13:06
[PR] ไมโครซอฟท์แนะนำ 5 แอพฯ เพื่อการศึกษา (Windows 8)

กรุงเทพฯ 17 กรกฏาคม 2557 – เมื่อเร็วๆ นี้ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เปิดตัวโครงการนำร่อง “สมาร์ท คลาสรูม” ต้นแบบห้องเรียนยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการเรียนรู้แบบองค์รวม เพื่อเตรียมความพร้อมเด็กไทยด้วยทักษะสำคัญสำหรับศตวรรษที่ 21 โดยนำเสนอห้องเรียนอัจฉริยะที่บูรณาการเอา 4 องค์ประกอบสำคัญสำหรับการเรียนรู้ยุคใหม่ ได้แก่ ความพร้อมของครูผู้สอน แหล่งเรียนรู้ดิจิตัล บริการคลาวด์ และดีไวซ์ โดยเริ่มทำการเรียนการสอนในวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี และโรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา จังหวัดปทุมธานี

อาจารย์สมโภชน์ จันทาป อาจารย์ผู้สอนกลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี เปิดเผยว่า การใช้แอพพลิเคชั่น Corinth Micro Plant ในห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ช่วยให้นักเรียนสามารถเข้าถึงความแตกต่างระหว่างเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ได้ง่ายขึ้น โดยหลังจากที่นักเรียนได้ปฏิบัติการจริงในห้องแล็บแล้ว จึงนำเข้าสู่การอธิบายส่วนประกอบของเซลล์ผ่านแอพพลิเคชั่นที่มีการนำเสนอด้วยภาพกราฟฟิค 3 มิติเสมือนจริง นอกจากนี้นักเรียนยังสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นไว้เพื่อศึกษาเพิ่มเติมนอกเวลาเรียนได้อีกด้วย โดยนักเรียนและครูผู้สอนสามารถมอบหมายงานและส่งงานผ่านทางบริการคลาวด์ที่ใช้งานได้สะดวกและปลอดภัย นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ครูนำมาใช้ควบคู่กับตำราเรียนหรือเอกสารประกอบการสอน และยังสามารถดึงดูดความสนใจจากนักเรียนได้ดีกว่าการเรียนการสอนแบบเดิมๆ อีกด้วย

นอกจากแอพพลิเคชั่นดังกล่าวแล้ว นักเรียนในห้องเรียน “สมาร์ทคลาสรูม” ยังได้เรียนรู้สาระวิชาอื่นๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษาบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์อีกมากมาย ซึ่งได้คัดสรรมาสำหรับครู นักเรียน และผู้ปกครองได้ทดลองดาวน์โหลดไปทดลองใช้กัน

วิชาวิทยาศาสตร์ - Corinth Classroom B
จะดีแค่ไหนถ้าตำราเรียนแบบเดิมๆ ถูกนำเสนอใหม่ในรูปแบบของแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานได้ทั้งในโหมดออฟไลน์และออนไลน์ Corinth Classroom B มีการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้จากภาพเป็นหลัก ด้วยกราฟฟิค 3 มิติ ทำให้เห็นรายละเอียดทั้งภายในและภายนอกของสิ่งที่กำลังศึกษา ไม่ว่าจะเป็น เซลล์พืช เซลล์สัตว์ อวัยวะภายในร่างกาย หรือแม้แต่งานศิลปะชิ้นเอกของโลก แอพพลิเคชั่นนี้ยังทำงานร่วมกับไมโครซอฟท์ ออฟฟิศได้อย่างดีเยี่ยม โดยนักเรียนสามารถดึงภาพและข้อมูลมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในสไลด์ประกอบการอธิบายหน้าชั้นเรียน หรือเก็บไว้เป็นไฟล์เอกสารเสมือนสมุดบันทึกในชั่วโมงเรียนที่สามารถใช้ทบทวนนอกเวลาเรียนได้อีกด้วย


(ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Corinth Classroom B ได้ฟรีบน Windows Store: http://apps.microsoft.com/windows/th-th/app/corinth-classroom-b/2457e46a-8416-45f2-9abe-b37c1aa18a8b )

วิชาคณิตศาสตร์ - Khan Academy
ไม่เพียงแต่เนื้อหาสาระในวิชาคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ Khan Academy คือแหล่งรวมความรู้ขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยวิดีโอกว่า 4,400 หัวข้อเรื่อง ซึ่งในปัจจุบันได้รับการแปลเป็นภาษาไทยแล้วหลายร้อยเรื่อง ซึ่งสามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ Khan Academy เวอร์ชั่นภาษาไทย (https://th.khanacademy.org/)


(ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Khan Academy ได้ฟรีบน Windows Store: http://apps.microsoft.com/windows/en-US/app/khan-academy/d23cc2b2-c105-4db3-9946-e44bacc56f7b)

วิชาภาษาอังกฤษ - English Club
แอพพลิเคชั่นฝึกภาษาจากค่ายดังอย่าง “บริติช เคานซิล” ที่ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสนุกด้วยการนำเสนอแบบ Interactive เหมาะสำหรับผู้เรียนระดับต้นและระดับกลางที่ต้องการเพิ่มพูนคลังคำศัพท์ ช่วยพัฒนาทักษะการสะกดคำและการออกเสียง รวมถึงการนำไปใช้ในสถานการณ์จริง


(ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น English Club ได้ฟรีบน Windows Store: http://apps.microsoft.com/windows/en-us/app/english-club/854c5255-614d-44a0-b90d-73660bfd6942/m/ROW )

นอกจาก 3 แอพพลิเคชั่นข้างต้น ซึ่งเป็นเนื้อหาวิชาหลักที่ใช้ในห้องเรียนแล้ว ยังมีแอพฯ คุณภาพจากไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นตัวช่วยให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สมกับเป็นห้องเรียนอัจฉริยะยุคใหม่

OneNote
โปรแกรมจดบันทึกความสามารถสูงที่อยู่ในชุด ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ โปรแกรมเดียวที่สามารถรวบรวมและจัดระเบียบข้อความ รูปภาพ การบันทึกเสียง วิดีโอ และอื่นๆ ไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกันไม่ว่าจะในโหมดออนไลน์หรือออฟไลน์ก็ตาม รับชมวิดีโอ การใช้ OneNote เพิ่มประสิทธิภาพในห้องเรียน OneNote in Education: Teachers using OneNote in the classroom



(ดาวน์โหลด OneNote ได้ฟรีบน Windows Store: http://apps.microsoft.com/windows/en-us/app/onenote/f022389f-f3a6-417e-ad23-704fbdf57117 )

OneDrive
ตอบโจทย์ห้องเรียนยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีคลาวด์แพลตฟอร์มอย่างออฟฟิศ 365 ด้วยแอพพลิเคชั่น OneDrive ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การเชื่อมโยงเข้าสู่พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ที่มีความปลอดภัยสูง จึงทำให้ครูและนักเรียนสามารถแชร์ไฟล์เนื้อหาวิชาเรียน สั่งงาน ส่งการบ้าน เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต ก็สามารถมีส่วนร่วมกับห้องเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา


(ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น OneDrive ได้ฟรีบน Windows Store: http://apps.microsoft.com/windows/en-us/app/onedrive-for-business/d78bf57e-27fe-403e-b49b-701dedfdbf9e  )

เหล่านี้เป็นเพียงแอพพลิเคชั่นคุณภาพบางส่วน ซึ่งได้นำมาใช้ในห้องเรียนนำร่อง “สมาร์ท คลาสรูม” ดร.สุพจน์ ศรีนุตพงษ์ ผู้อำนวยการโครงการภาครัฐ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8.1 มีแอพพลิเคชั่นส่งเสริมการเรียนรู้ที่พัฒนาโดยไมโครซอฟท์และพันธมิตรจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาโดยตรง ซึ่งไมโครซอฟท์ได้รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ (ท่านสามารถเข้าไปค้นหาเพิ่มเติมอย่างสะดวกที่ aka.ms/Apps4Edu) นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นพื้นฐานอื่นๆ ที่สามารถดัดแปลงนำมาใช้ในห้องเรียนได้ เช่น Bing Travel ช่วยในการเรียนรู้ด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมศึกษา Bing Health and Fitness สามารถใช้ประกอบการเรียนในบางหัวข้อของวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา Microsoft Excel ช่วยในการฝึกออกเสียงคำภาษาอังกฤษ เป็นต้น

“ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8.1 ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานบนหลากหลายอุปกรณ์ ซึ่งช่วยให้นักเรียนและครูสามารถเรียนรู้ร่วมกันผ่านคอมพิวเตอร์พีซี แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน ได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยประสบการณ์เดียวกัน และเหนื่อสิ่งอื่นใด เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านข้อมูลของนักเรียนเป็นอันดับแรก ซึ่งผู้ปกครองและโรงเรียนสามารถวางใจได้ว่าข้อมูลของครูและนักเรียนจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือวัตถุประสงค์แอบแฝงอื่นๆ” ดร.สุพจน์กล่าวทิ้งท้าย

 
[PR] องค์กรอาชญากรรมทำให้ผู้ประกอบการทั่วโลกสูญเงินกว่า 315,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯทุกปี
วันที่: 26 มี.ค. 57 - 17:43
[PR] องค์กรอาชญากรรมทำให้ผู้ประกอบการทั่วโลกสูญเงินกว่า 315,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯทุกปี

กรุงเทพฯ, 26 มีนาคม 2557 –  งานวิจัยชิ้นใหม่ของไอดีซี (IDC) และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) เผยว่า มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2557 นี้ องค์กรทั่วโลกจะต้องสูญเงินมูลค่าเกือบ 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากมัลแวร์ซึ่งติดมากับซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์  โดยแยกเป็น 127,000 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับการจัดการกับเรื่องระบบความปลอดภัย และอีก 364,000 ล้านเหรียญ สหรัฐกับการแก้ปัญหาการละเมิดข้อมูลสำคัญ  ส่วนในฝั่งของผู้ใช้งานเองก็มีการคาดการณ์ว่าจะต้องเสียเงินสูงถึง 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และสูญเสียเวลาถึง 1,200 ล้านชั่วโมงในปีนี้ไปกับภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์และการซ่อมแซมที่มีค่าใช้จ่ายสูง โดยมีสาเหตุมาจากมัลแวร์ที่ติดมากับซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์นั่นเอง

ประเด็นข่าว:
  • ไอดีซี (IDC) และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) เปิดเผยผลงานวิจัยเกี่ยวกับมูลค่าความเสียหาย อันเป็นผลกระทบจากมัลแวร์ที่แฝงมากับซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยตรวจสอบจากคอมพิวเตอร์ที่ได้จากประเทศต่างๆ จำนวน 11 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย   
  • คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์  ซึ่งเป็นเครื่องที่ซื้อในประเทศที่ทำการสำรวจ รวมถึงประเทศไทยนั้น พบว่ามีมัลแวร์ติดมาด้วยถึงร้อยละ 61  โดยพีซี 20 เครื่องที่มาจากประเทศไทยนั้น  มีอัตราการติดมัลแวร์สูงถึงร้อยละ 84
  • ร้อยละ 68 ของผู้บริโภคชาวไทยพบว่า ปัญหาเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ที่พวกเขาเจอนั้นมาจากซอฟต์แวร์ที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต  
  • สิ่งที่ผู้ใช้ชาวไทยกลัวที่สุดคือ การสูญเสียไฟล์หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ โดยมีผู้ตอบมากถึงร้อยละ 76 
  • ผู้ใช้งานทั่วโลกจะต้องใช้เงินมูลค่าสูงถึงเกือบ 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และสูญเสียเวลา 1,200 ล้านชั่วโมง ในปี 2557 นี้ เพื่อจัดการกับเรื่องระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่เกิดจากมัลแวร์ที่แฝงมากับซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์
  • ผู้บริโภคและสถานประกอบการควรอัพเดทระบบความปลอดภัยของเครื่องเป็นประจำ รวมถึงสังเกตการใช้งานของซอฟต์แวร์ที่พนักงานติดตั้งไว้ภายในองค์กร ตลอดจนเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เฉพาะจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
  • ไมโครซอฟท์ย้ำเตือนผู้ใช้คอมพิวเตอร์และผู้ประกอบการ ให้หมั่นถามคำถาม สำรวจสินค้าที่ซื้อ  และตั้งข้อสังเกตสำหรับสินค้าที่มีราคาถูกเกินจริง ตลอดจนเลือกใช้ซอฟต์แวร์ของแท้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับในสิ่งที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป และเพื่อปกป้องตนเองจากภัยคุกคามอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์   
การศึกษาดังกล่าวซึ่งมีหัวข้อว่า “ความเกี่ยวข้องระหว่างซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์และการละเมิดระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์” (“The Link Between Pirated Software and Cybersecurity Breaches” ) เผยให้เห็นว่า ร้อยละ 60 ของผู้บริโภคที่ร่วมในการสำรวจ กล่าวว่า สิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดคือการสูญเสียไฟล์ หรือข้อมูลส่วนตัว รองลงมาคือการลักลอบทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต (ร้อยละ 51) และการลักลอบเข้าอีเมล เครือข่ายสังคมออนไลน์ และบัญชีธนาคาร (ร้อยละ 50) อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 43 ของผู้ตอบแบบสอบถามเหล่านั้นกลับไม่ได้ทำการอัพเดทโปรแกรมป้องกันไวรัส ซึ่งทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เสี่ยงต่อการถูกคุกคามโดยอาชญากรไซเบอร์

เจ้าหน้าที่ภาครัฐในประเทศต่างๆ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของอาชญากรรมไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศของตน โดยจากรายงานชิ้นนี้ รัฐบาลในหลายประเทศ กังวลเรื่องการสูญเสียความลับทางการค้าและข้อมูลการแข่งขันทางธุรกิจมากที่สุด (ร้อยละ 59)  รองลงมาคือการลักลอบเข้าถึงข้อมูลลับของรัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต (ร้อยละ 55) และการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบสาธารณูปโภคสำคัญของประเทศ (ร้อยละ 55) ทั้งนี้ มีการประมาณการว่ารัฐบาลในประเทศต่างๆ อาจสูญเงินกว่า 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับมัลแวร์ที่มาจากซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์

“อาชญากรไซเบอร์กำลังฉกฉวยโอกาสจากช่องโหว่ของระบบความปลอดภัยในโลกออนไลน์ ซึ่งส่งผลเสียคิดเป็นเงินมูลค่ามหาศาลสำหรับทุกคน   เนื่องจากมีเงินเป็นสิ่งจูงใจ จึงทำให้อาชญากรเหล่านี้พยายาม ค้นหาวิธีการใหม่ๆ ในการเจาะเข้าเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์เพื่อโจรกรรมข้อมูลที่ต้องการ เช่น อัตลักษณ์บุคคล (identity)  รหัสผ่านต่างๆ และเงินของคุณ  นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราดำเนินการจัดตั้ง ศูนย์ป้องกันภัยจากอาชญกรรมไซเบอร์ ของไมโครซอฟท์ หรือ Microsoft Cybercrime Center ขึ้นมา โดยมุ่งเน้นที่จะกำจัดอันตรายเหล่านี้ให้หมดไป และเพื่อที่จะเก็บรักษาข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ให้ปลอดภัย  และเมื่อการเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ทำได้ยากขึ้นแล้ว แรงจูงใจสำหรับอาชญากรก็จะลดลงตามไปด้วย" นายเดวิด ฟินน์ ผู้อำนวยการบริหารและที่ปรึกษาร่วมของ ศูนย์ป้องกันภัยจากอาชญกรรมไซเบอร์ ของไมโครซอฟท์ กล่าว

ผลการวิจัยชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Play It Safe” ของไมโครซอฟท์  ซึ่งเป็นโครงการระดับโลก ที่ริเริ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนเกิดความตระหนักมากขึ้น เกี่ยวกับความเกี่ยวข้องกันระหว่างมัลแวร์และการละเมิดลิขสิทธิ์  โดยมีประเด็นสำคัญเพิ่มเติมจากการสำรวจ ดังนี้:

  • ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ เกือบ 2 ใน 3 (315,000ล้านเหรียญสหรัฐ) จะตกอยู่ในมือขององค์กรอาชญากรรม 
  • ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในสถานประกอบการต่างๆ เกือบร้อยละ 20 ถูกติดตั้งโดยพนักงาน
  • ผู้ประกอบการที่ตอบแบบสอบถามจำนวนร้อยละ 28  กล่าวว่าการละเมิดระบบความปลอดภัยเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ หรือเว็บไซต์ล่ม โดยเกิดขึ้นทุกๆ 2 หรือ 3 เดือน หรืออาจบ่อยครั้งกว่านั้น  โดยร้อยละ 65 ของเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับมัลแวร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ในองค์กร
“การใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ก็เหมือนการเสี่ยงดวง คุณไม่มีทางรู้เลยว่าคุณจะเจอปัญหาเมื่อไร และปัญหานั้นอาจจะเป็นอันตรายร้ายแรงก็ได้ ความเสียหายทางการเงินนั้นยิ่งใหญ่มากถึงขนาดที่ว่า สามารถทำให้ธุรกิจที่เคยสร้างผลกำไรต้องสั่นคลอนไปเลยทีเดียว การซื้อซอฟต์แวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว อย่างน้อย คุณก็แน่ใจได้ว่า มัลแวร์หรืออันตรายที่ไม่ได้รับเชิญจะไม่ได้ติดมาด้วย”   นายจอห์น แกนซ์ หัวหน้านักวิจัยของไอดีซีกล่าว

“ในประเทศไทย ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่า ร้อยละ 76 ของผู้ใช้งาน กลัวการสูญหายของไฟล์ หรือข้อมูลส่วนตัวที่สุด เราจึงย้ำเตือนลูกค้าและกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ให้ตั้งคำถาม หมั่นสำรวจแพ็คเกจสินค้า  สังเกตราคาที่ “คุ้มค่าจนเกินความเป็นจริง" และเลือกใช้ซอฟต์แวร์ของแท้ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาได้รับในสิ่งคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป และสามารถป้องกันตนเองให้พ้นจากภัยคุกคามอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ได้ ความจริงที่เราพบทุกวันนี้คือ อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และสร้างปัญหาในวงกว้างมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ยังโชคดีที่เราสามารถรับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นได้ โดยอาศัยเครื่องมือ เทคโนโลยี และทีมงานที่มีศักยภาพสูง” นายแมทเทียว มิลล์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ บริษัท ไมโครซอฟท์ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค กล่าว

จากการศึกษาตัวอย่างของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ซึ่งซื้อคอมพิวเตอร์ครื่องใหม่จำนวน 203 เครื่อง ที่มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์  พบว่าร้อยละ 61 ของกลุ่มตัวอย่างมีมัลแวร์ติดมาด้วย  ไม่ว่าจะเป็น โทรจัน (Trojans) เวิร์ม (worms) ไวรัส (virus) แฮคทูลส์ (hacktools) รูทคิท (rootkit) และแอดแวร์ (adware) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจที่คอมพิวเตอร์ซึ่งซื้อมาจากร้านค้าทั่วไป และรีเซลเลอร์ ใน 11 ประเทศเหล่านี้มีภัยคุกคามกว่า 100 ชนิดแฝงอยู่ด้วย  สำหรับพีซี 20 เครื่องจากประเทศไทยที่ถูกตรวจสอบนั้น พบว่าอัตราการติดมัลแวร์มากับเครื่องมีมากถึงร้อยละ 84

“ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากทีเดียวที่เราพบว่า มีมัลแวร์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบติดมากับคอมพิวเตอร์แบรนด์เนมที่เพิ่งซื้อมาใหม่ โดยมีสาเหตุจากการติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์  ทำให้ผู้ใช้และบริษัทต่างๆ มีความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการถูกละเมิดระบบรักษาความปลอดภัย  การทดสอบของมหาวิทยาลัยได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า กลุ่มอาชญากรไซเบอร์กำลังใช้ช่องโหว่จากซัพพลายเชนเพื่อทำการกระจายมัลแวร์และทำให้ระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ลดลงอย่างน่าตกใจ  ดังนั้น เราจึงแนะนำให้ใช้ซอฟต์แวร์ของแท้เพื่อความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์” อาจารย์บิปลาบ ซิกดาร์ จากภาควิชาวิศกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าว

งานวิจัยทั่วโลกดังกล่าว เป็นการทำสำรวจผู้บริโภค พนักงานด้านไอที เจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านข้อมูล และเจ้าหน้าที่ภาครัฐจำนวน 1,700 คน จากประเทศต่างๆ ได้แก่ บราซิล จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เม็กซิโก โปแลนด์ รัสเซีย สิงคโปร์ ยูเครน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา และได้ทำการวิเคราะห์คอมพิวเตอร์จำนวน 203 เครื่อง ที่ได้มาจากบราซิล จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เม็กซิโก รัสเซีย เกาหลีใต้ ตุรกี ยูเครน สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย  โดยงานวิจัยของปีนี้เป็นการต่อยอดจากงานวิจัยของไอดีซีปี 2556 ที่มีชื่อว่า “โลกแห่งอันตรายของซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์” (“The Dangerous World of Counterfeit and Pirated Software”) โดยมีการเพิ่มเติมการศึกษาทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐ และการวิเคราะห์ของตลาดใหม่ๆ และค้นหาความเกี่ยวข้องระหว่างอาชญากรรมไซเบอร์กับระบบเศรษฐกิจ

ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ทั่วไป ธุรกิจรายย่อย สถานประกอบการ หรือองค์กรของรัฐบาล ทั้งหมดนี้ควรจะเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ซอฟต์แวร์ของแท้  ไมโครซอฟท์มุ่งมั่นในการปกป้องและให้ความรู้แก่ผู้บริโภคให้ระวังตัวจากการดาวน์โหลดหรือซื้อซอฟต์แวร์ของปลอม เพราะอาจจะทำให้ติดมัลแวร์ และนำไปสู่การขโมยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลสูญหาย และระบบล่ม ลูกค้าควรเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมัลแวร์ที่ http://www.microsoft.com/security เพื่อให้มั่นใจว่าคอมพิวเตอร์ของตนไม่ติดมัลแวร์ หากพบมัลแวร์ ทางเว็บไซต์ก็มีเครื่องมือในการกำจัด

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิจัยไอดีซีได้ที่เว็บไซต์ ของ Microsoft Play It Safe http://www.play-it-safe.net และ ห้องข่าว Digital Crime Unit http://www.microsoft.com/en-us/news/presskits/dcu/default.aspx.
[PR] องค์กรธุรกิจจำนวนมากที่ยังใช้งานวินโดวส์ XP และ Office 2003 กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง
วันที่: 13 มี.ค. 57 - 13:27
[PR] องค์กรธุรกิจจำนวนมากที่ยังใช้งานวินโดวส์ XP และ Office 2003 กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง

กรุงเทพฯ – 13 มีนาคม 2557 – ในวันที่ 8 เมษายน 2557 ที่จะถึงนี้ หรือนับเป็นระยะเวลาอีกไม่ถึง 30 วัน ไมโครซอฟท์จะสิ้นสุดการให้การสนับสนุนระบบปฎิบัติการ วินโดวส์ XP และโปรแกรมชุด Office 2003 ในขณะที่ยังมีองค์กรภาคธุรกิจรวมถึงผู้ใช้งานอีกนับล้านรายทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ยังคงใช้งานระบบปฏิบัติการที่มีอายุยืนยาวกว่า 12 ปี และชุดโปรแกรมออฟฟิศอายุกว่า 10 ปีชุดนี้ ซึ่งทำให้กลุ่มผู้ใช้เหล่านี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะต้องตกเป็นเหยื่อของการจู่โจมจากการคุกคามที่มีความซับซ้อนและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน รวมไปถึงภัยจากมัลแวร์ต่างๆ ซึ่งล้วนบั่นทอนประสิทธิภาพ และความสามารถในการทำงานอย่างเชื่อมโยงกัน

ไมโครซอฟท์ได้แนะนำ 2 ตัวช่วยฟรีสำหรับเอสเอ็มอีในการโอนย้ายระบบปฏิบัติการ ได้แก่ PCmover Express for Windows XP เครื่องมือที่ช่วยในการโอนย้ายจากระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ XP และ เว็บไซต์ AmIrunningXP.com ที่จะช่วยระบุระบบปฏิบัติการที่ท่านกำลังใช้งานอยู่ นอกจากนี้ นับตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2557 เวลา 15:00 ที่ผ่านมา ผู้ใช้งานวินโดวส์ XP (ทั้งไลเซนส์ประเภท Home และ Professional) จะได้รับการแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่าน วินโดวส์ อัพเดท ถึงการสิ้นสุดการบริการที่กำลังจะมาถึง และเชิญชวนให้ผู้ใช้เข้าไปยังเว็บไซต์ Windows.com เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบจากการยุติการให้บริการดังกล่าว

ผลการสำรวจของ StatCounter ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาพบว่า มีจำนวนผู้ใช้งาน วินโดวส์ XP ลดลง อยู่ที่อัตราส่วน 25.32% หรือคิดเป็นคอมพิวเตอร์พีซีราว 420,471 เครื่องในกลุ่มผู้ใช้ประเภทเอสเอ็มอี ในขณะที่วินโดวส์ 7 อยู่ที่ 52.62% และวินโดวส์ 8 มีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 4.88% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ประเทศไทยมีการใช้งานวินโดวส์ XP ลดลง

นายรชฏ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจและการตลาดวินโดวส์และเซอร์เฟซ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การลดลงอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ใช้งานวินโดวส์ XP ในประเทศไทยถือได้ว่าเป็นแนวโน้มที่ดี สวนทางกับวินโดวส์ 7 และวินโดวส์ 8 ที่มีผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรธุรกิจต่างๆ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนมาใช้งานระบบปฎิบัติการที่ทันสมัย โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี วิธีการใช้เทคโนโลยีของผู้คนในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และวินโดวส์ XP ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานนอกสถานที่ซึ่งต้องอาศัยการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ทั้งยังขาดระบบป้องกันอันตรายจากภัยคุกคามใหม่ๆ ในโลกออนไลน์ อีกนับล้านรูปแบบ เพราะฉะนั้น อย่าติดยึดกับเทคโนโลยีที่ล้าสมัยไปแล้วถึง 12 ปี แม้แต่โทรศัพท์มือถือที่คุณใช้ ก็ไม่ใช่แบบเดียวกับที่ใช้เมื่อ 12 ปีก่อนอีกต่อไป วินโดวส์ XP เองก็มีข้อจำกัดและความเสี่ยงต่างๆ มากมายในสถานการณ์ปัจจุบัน”

หลังจากวันที่ 8 เมษายนนี้เป็นต้นไป ไมโครซอฟท์จะยุติการพัฒนาอัพเดทด้านความปลอดภัย การปรับปรุงแก้ไขคุณสมบัติต่างๆ และการช่วยเหลือหรือให้บริการทางเทคนิคสำหรับวินโดวส์ XP และ Office 2003 ซึ่งหมายความว่าธุรกิจที่ยังคงพึ่งพาวินโดวส์ XP จะไม่ได้รับการอัพเดทใดๆ เพื่อปกป้องตนเองจากไวรัสที่อันตราย สปายแวร์ และซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น การไม่ได้รับการสนับสนุนทางเทคโนโลยียังจะส่งผลเสียต่อธุรกิจ เช่นกรณีที่ระบบไม่ทำงาน หรือ ปัญหาเรื่องความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์

จากรายงาน Security Intelligence Report (Vol. 15)  ฉบับล่าสุดของไมโครซอฟท์ พบว่าวินโดวส์ XP SP3 มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยมากกว่าวินโดวส์ 8 ถึง 5.68 เท่า ซึ่งเท่ากับว่าคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP มีโอกาสในการโดนมัลแวร์จู่โจมสูงถึง 82.4% ยิ่งไปกว่านั้นมูลค่าเฉลี่ยของความเสียหายที่เกิดจากภัยทางด้านความปลอดภัยระดับร้ายแรงสำหรับเอสเอ็มอีก็สูงถึง 54,000 ถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ[1]

นอกจากความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยแล้ว ธุรกิจที่ยังคงฝากอนาคตไว้กับวินโดวส์ XP จะพบว่าได้พลาดโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับพนักงาน เนื่องจากวินโดวส์ XP ไม่มีเทคโนโลยีทันสมัยหลายๆ อย่าง ที่มาพร้อมกับวินโดวส์ 8.1 เช่นความสามารถในการเชื่อมโยงกับ    คลาวด์อย่างไร้รอยต่อเพื่อจัดเก็บเอกสารบน OneDrive และยังมีแอพสโตร์ที่มีแอพพลิเคชั่นกว่า 140,000 แอพ ซึ่งรวมถึงแอพสำคัญอย่างอย่าง เมล์ ปฏิทิน และ สไกป์ ที่ติดตั้งมาให้สำเร็จรูป

นอกจากนี้ บริษัทที่ยังคงใช้งานวินโดวส์ XP และ Office 2003 ยังพลาดโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากระบบความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนามาอย่างดี ทางเลือกรูปแบบดีไวซ์ที่หลากหลายและตอบสนองรูปแบบการทำงานในปัจจุบัน ประสิทธิภาพในการทำงานที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนในการบริหารจัดการที่ลดลง วินโดวส์ 8.1 และ Office 365 ได้ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อตอบสนองรูปแบบการทำงานในปัจจุบัน และช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ในรูปแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะทำงานจากสถานที่ใด จึงสามารถติดต่อกับเพื่อนร่วมงาน และผลักดันธุรกิจให้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ธุรกิจเอสเอ็มอีและผู้ใช้งานนับล้านรายทั่วเอเชียแปซิฟิกได้เปลี่ยนมาใช้งานและพึงพอใจกับประโยชน์ที่ได้รับจากระบบปฏิบัติการที่ทันสมัย และชุดโปรแกรมออฟฟิศที่ได้รับการพัฒนาเป็นอย่างดี  การอัพเกรดสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง แม้ว่าจะเป็นภาคธุรกิจหรือผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้มีทักษะความสามารถทางด้านไอที ไม่ว่าจะเป็นการซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ซึ่งมีตัวเลือกมากมาย หรือการอัพเกรดระบบปฏิบัติการจากพีซีที่ใช้งานอยู่ เอสเอ็มอีก็สามารถค้นหาเครื่องมือที่มีประโยชน์ต่อการโอนย้ายระบบปฏิบัติการได้ที่ http://www.microsoft.com/business/th-th/pages/default.aspx

ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ได้ประกาศเปิดตัว 2 ตัวช่วยใหม่ให้ใช้งานฟรีๆ เพื่อช่วยเอสเอ็มอีโอนย้ายจากระบบปฏิบัติการเดิม

เครื่องมือฟรีเพื่อการย้ายจากวินโดวส์ XP: PCmover Express for Windows XP
ไมโครซอฟท์ร่วมมือกับ Laplink พัฒนา PCmover Express for Windows XP ซึ่งช่วยทำการคัดลอกไฟล์งานและการตั้งค่าต่างๆ จากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP ไปสู่เครื่องใหม่ที่ใช้วินโดวส์ 7  วินโดวส์ 8 หรือ วินโดวส์ 8.1 PCmover Express พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้วที่ www.windowsxp.com

เว็บไซต์ที่ช่วยระบุระบบปฏิบัติการบนพีซีของคุณอย่างอัตโนมัติ: AmIrunningXP.com
สำหรับผู้ใช้งานที่ไม่แน่ใจว่าระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่เป็นเวอร์ชั่นใด ไมโครซอฟท์ก็ได้เปิดตัว AmIRunningXP.com เว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ของคุณกำลังใช้ระบบปฏิบัติการใดโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์ XP หรือวินโดวส์เวอร์ชันใหม่ๆ เช่น วินโดวส์ 8.1 วินโดวส์ 8 หรือวินโดวส์ 7 โดยหากตรวจพบว่ายังใช้ วินโดวส์ XP อยู่ ที่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยุติการสนับสนุนของวินโดวส์ XP พร้อมด้วยข้อแนะนำในการอัพเกรดไปสู่ระบบปฏิบัติการที่ทันสมัย


นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์และพันธมิตรยังพร้อมที่จะช่วยเหลือให้ภาคธุรกิจได้อัพเกรดระบบการทำงานกันอย่างทั่วถึงด้วยข้อเสนอพิเศษสุด ดังนี้
  • ลูกค้าที่ใช้งานวินโดวส์ 8.1 วินโดวส์ 8 และวินโดวส์ 7 จะได้รับส่วนลด 20% เมื่อซื้อ Office 365 Midsize Business หรือ Professional Plus สำหรับผู้ใช้ 10 คนขึ้นไป หรืออาจเลือกซื้อ Office 365 Enterprise Business E4 ได้ในราคาเท่ากับ E3 พร้อมเข้ารับการอบรมการใช้งาน Office 365 ฟรี โดยผู้สนใจสามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้าของไมโครซอฟท์ได้ที่ โทร. 02-263-6888 หรือเว็บไซต์ www.microsoft.com/thailand/promotion
  • สัมผัสกับประสิทธิภาพเต็มรูปแบบของวินโดวส์ 8 Pro และ Office 365 บนคอมพิวเตอร์ออล-อิน-วันซีรีส์ ProOne และ EliteOne ล่าสุดจากเอชพี พร้อมด้วยแล็ปท็อปซีรีส์ ProBook และ EliteBook ในราคาพิเศษ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2557 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือทาง www.facebook.com/hpthailand
  • สะดวกครบครันทั้งการทำงานและพักผ่อนกับ Transformer Book T100 จากเอซุส ดีไวซ์วินโดวส์ 8 แบบ 2-in-1 ที่เป็นทั้งโน้ตบุ๊คและแท็บเล็ตในหนึ่งเดียว ในราคาเพียง 12,900 บาท
นายรชฏ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในปัจจุบัน เราต้องการเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถทำงานอย่างเต็มที่ได้ทุกที่ ทุกเวลา  ในขณะที่ภาคธุรกิจมีความต้องการด้านการปกป้องข้อมูล ความปลอดภัย และการบริหารจัดการมากยิ่งขึ้น วินโดวส์ 8.1 และ Office 365 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้ ซึ่งระบบปฏิบัติการที่ล้าหลังจากเมื่อ 12 ปีที่แล้วอย่างวินโดวส์ XP ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป”



Microsoft เปิดตัวแท็บเล็ต Windows 8/Windows RT ของตัวเองในชื่อ Surface (Microsoft Surface)
วันที่: 19 มิ.ย. 55 - 06:52
Microsoft เปิดตัวแท็บเล็ต Windows 8/Windows RT ของตัวเองในชื่อ Surface (Microsoft Surface)

ตามข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่าทาง Microsoft จะจัดงานเปิดตัวอะไรสักอย่างในวันจันทร์ (ตามเวลาบ้านเราช่วงเช้าวันอังคาร) สรุปแล้วเป็นการเปิดตัวแท็บเล็ตในแบรนด์ของตัวเองมีชื่อว่า Surface สำหรับแท็บเล็ตตัวนี้ทาง Microsoft จะวางขายเองมี 2 เวอร์ชั่นคือแบบรันระบบปฏิบัติการ Windows 8 Pro ใช้ชิป Intel กับรันระบบปฏิบัติการ Windows RT ใช้ชิป ARM


Surface รุ่น Windows RT
  • รันระบบปฏิบัติการ Windows RT
  • น้ำหนัก 676 กรัม
  • ตัวเครื่องบาง 9.3 มม.
  • หน้าจอขนาด 10.6 นิ้ว ClearType HD Display
  • กระจก Gorilla Glass 2
  • แบตเตอรี่ขนาด 31.5 W-h
  • มีช่องเสียบ microSD, USB 2.0, Micro HD Video, 2×2 MIMO antennae
  • มีแอพ Office ‘15’ Apps
  • เคสคีย์บอร์ด Touch Cover, Type Cover
  • VaporMg Case & Stand เคสด้านหลังตั้งได้ใช้วัสดุแมกนีเซียมบาง 0.65 มม.
  • ความจุ 32 GB, 64 GB
  • จะวางขายช่วงเวลาเดียวกับตอนปล่อย Windows 8
Surface รุ่น Windows 8 Pro
  • รันระบบปฏิบัติการ Windows 8 Pro
  • น้ำหนัก 903 g
  • ตัวเครื่องบาง 13.5 mm
  • หน้าจอขนาด 10.6 นิ้ว ClearType Full HD Display
  • แบตเตอรี่ขนาด 42 W-h
  • มีช่องเสียบ microSDXC, USB 3.0, Mini DisplayPort Video, 2×2 MIMO antennae
  • เคสคีย์บอร์ด Touch CoverType Cover
  • รองรับปากกาสามารถวางมือบนแท็บเล็ตและเขียนไปพร้อมกันได้ Pen with Palm Block
  • VaporMg Case & Stand เคสด้านหลังตั้งได้ใช้วัสดุแมกนีเซียมบาง 0.65 มม.
  • ความจุ 64 GB, 128 GB
  • ใช้หน่วยประมวล Intel Ivy Bridge 22nm
  • วางขายหลังจาก Surface รุ่น Windows RT ประมาณ 90 วัน
Microsft ยังไม่เปิดเผยราคาและวันวางจำหน่ายบอกแต่เพียงว่าเร็วๆนี้ โดยรุ่น Windows 8 Pro ราคาจะใกล้เคียงกับอัลตร้าบุ๊ค ส่วนรุ่น Windows RT ราคาก็จะประมาณแท็บเล็ต Windows RT ทั่วไป

Microsoft ขึ้นหน้าเว็บ Surface แล้วที่ http://www.microsoft.com/surface/en/us/default.aspx





รุ่น Windows 8 Pro จะรองรับปากกาด้วย


ปากกาหัวแหลม หมึกแบบ Digital เหมือนเขียนปากกาจริงๆ
มีฟีเจอร์ Palm Block สามารถวางมือบนแท็บเล็ตพร้อมกับเขียนไปด้วยได้
ที่มา: theverge, liveside, engadget
[ข่าวลือ] Surface Pro 4 อาจเปิดตัวตุลาคมนี้ ? มาพร้อม Windows 10 และ Intel Skylake
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าทาง Microsoft ได้สั่งซื้อ SSD 256GB ล็อตใหญ่จาก Samsung เพื่อที่จะใช้กับแท็บเล็ต Surface Pro 4 รุ่นใหม่ ล่าสุดมีรายงานข่าวเพิ่มเติมจากทาง Digitimes ระบุว่าทางโรงผู้ผลิตจะเริ่มส่งชิ้นส่วนอุปกรณ์ไปผลิตตัวเครื่องในเดือนกันยายนนี้แล้ว คาดว่าแท็บเล็ตจะวางขายได้ในเดือนตุลาคมต่อไป
ผลทดสอบเผยสเปค Microsoft Lumia 940 XL
ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทาง Microsoft กำลังซุ่มทำสมาร์ทโฟนเรือธง 2 รุ่นที่รันระบบปฏิบัติการ นั่นก็คือ Lumia 940 และ Lumia 940 XL ล่าสุดมีผลทดสอบประสิทธิภาพของ Lumia 940 XL โผล่บนเว็บ GFXBenchmark เผยสเปคตัวเครื่องดังนี้
Microsoft บอกรายละเอียดการปล่อย Windows 10, เผยภาพ Wallpaper ของ Windows 10
อย่างที่ทราบกันวันที่ 29 กรกฏาคมนี้ทาง Microsoft จะเริ่มปล่อย Windows 10 ให้กับผู้ใช้งาน Windows 7 และ Windows 8.1 ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาทาง Microsoft ได้ออกมาบอกรายละเอียดเพิ่มเติมเอาไว้ดังนี้
Microsoft ประกาศเตรียมปล่อย Windows 10 วันที่ 29 ก.ค. 58 (สิ้นเดือนหน้า)
เมื่อวานนี้ทาง Microsoft ได้ประกาศผ่านบล็อก Windows ระบุวันปล่อย Windows 10 อย่างเป็นทางการแล้วก็คือ 29 กรกฎาคม 2558 (สิ้นเดือนหน้า) โดยผู้ใช้งาน Windows 7 และ Windows 8.1 แท้ถูกลิขสิทธิ์จะได้รับอัพเกรดเป็น Windows 10 ฟรี


สเปคเครื่อง Microsoft
โปรโมชั่น Microsoft
[ไทย] Microsoft จับมือ IT City ปล่อยโปร Surface RT สำหรับนักเรียน นักศึกษา อาจารย์ ราคาพิเศษ 6,590 บาท
มีข่าวจาก Surface Facebook ประกาศโปรโมชั่น ราคาพิเศษสำหรับนักศึกษาและอาจารย์ เพียงแสดงบัตรประจำตัวศึกษาหรืออาจารย์ที่ร้าน IT City ทั้ง 30 สาขาที่ร่วมรายการ สามารถซื้อ Surface RT 32GB ได้ในราคา 6,590 บาท (มี Touch Cover เคสคีย์บอร์ดแถมให้) โดยโปรโมชั่นนี้จะมีถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 เท่านั้น
[PR] โปรโมชั่น Surface Pro 3 ของ IT City
เมื่อวานมี ออกมาก่อนแล้ว ส่วนวันนี้ทาง IT City แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์กันอีกรอบ รายละเอียดโปรโมชั่น คือ จองวันนี้ - 15 สิงหาคม 2557 รับสิทธิผ่อน 0% 10 เดือน และ ถ้าจอง Surface Pro 3 พร้อม Type Cover (คีย์บอร์ด) ราคา 4,490 บาท รับฟรี Office 365 Personal มูลค่า 1,899 บาท
ราคา Microsoft
[PR] Microsoft เตรียมขาย Surface 2 ในไทย 14 มี.ค. นี้ เปิดจอง 1 มี.ค.
มีข่าวประชาสัมพันธ์จากทาง Microsoft ประกาศเตรียมวางขายแท็บเล็ต Surface 2 (รัน Windows RT ลงโปรแกรมเพิ่มไม่ได้ ลงได้แต่แอพบน Windows Store) ในไทยวันที่ 14 มีนาคม 2557 นี้ โดยจะมีการเปิดให้จองล่วงหน้าผ่านร้าน ไอที ซิตี้หรือเว็บไซต์ itcityonline.com ในวันที่ 1 มีนาคม 2557 เป็นต้นไป ตัวเครื่องจะมี Office Home & Student 2013 แถมให้ มี 2 รุ่นความจุ 32GB/64GB ราคาเริ่มต้น 14,500 บาท
[ไทย] Microsoft ลดราคา Surface Pro เหลือ 19,500 บาท Surface RT เหลือ 9,900 บาท
มีประกาศจากหน้าเพจ Facebook ของ Surface Thailand ว่าทาง Microsoft ได้ปรับลดราคาแท็บเล็ต Surface Pro และ Surface RT ต้อนรับปีใหม่ลงเหลือเริ่มต้นที่ 9,900 บาท และ 19,500 บาท ใครสนใจหาซื้อได้ที่ TRUE shop, Banana IT และ IT City ครั
ข่าวเปิดตัว Microsoft
[ไทย] Microsoft เปิดตัว Surface 3 ซีพียู Atom ราคา 17,400 บาท เปิดจองแล้ว ขายจริง 7 พ.ค. 58
เมื่อวานนี้ทาง Microsoft ได้เปิดตัว Surface 3 แท็บเล็ต Windows ใหม่เพิ่มอีกรุ่น โดย Surface 3 นี้จะมีการลดสเปคลงจาก เน้นตลาดระดับกลางสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ดูหนัง ฟังเพลง พิมพ์งานเอกสาร ตกแต่งภาพเล็กน้อย เป็นต้น ราคาตัวเครื่องอยู่ที่ 17,400 บาทเปิดให้จองผ่าน ไอทีซิตี้ และ บานาน่าไอที แล้ว เริ่มขายจริง 7 พฤษภาคม 2558
สรุปรายละเอียด Windows 10 ผู้ใช้ Windows 7, 8.1, Phone 8.1 อัพเดทฟรี
เมื่อคืนทาง Microsoft ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ เราได้เห็นรายละเอียดคร่าวๆไปแล้วแต่สำหรับวันนี้จะมีส่วนเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปมาอัพเดทให้ได้ทราบกัน
Microsoft เปิดตัว Windows 10 รวมเป็นหนึ่ง รันได้ทุกอุปกรณ์ ตัวเต็มมาปลายปีหน้า 2015
มีเซอร์ไพรส์ในงานเปิดตัวเมื่อคืนเล็กน้อยหลังจากที่ Microsoft ได้ประกาศว่าระบบปฏิบัติการ Windows เวอร์ชั่นใหม่จะใช้ชื่อว่า "Windows 10" แทนที่จะเป็น Windows 9 ตามที่สื่อนอกได้คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ สำหรับรายละเอียดของ Windows 10 มีอะไรบ้างเรามาดูกัน
รีวิวลองจับ Microsoft
ข่าว Microsoft ในไทย
[ไทย] โปรโมชั่น Surface Pro 3 จองพร้อมคีย์บอร์ด รับ Office 365 พร้อมผ่อน 0% 10 เดือน
อย่างที่ทราบว่าทางช่วงนี้ทาง IT City และ BaNANA IT ได้เริ่มเปิดให้จอง Surface Pro 3 กันแล้ว ล่าสุดมีโปรโมชั่นสำหรับใครที่สั่งจอง Surface Pro 3 พร้อมคีย์บอร์ด ตั้งแต่วันนี้ - 15 สิงหาคม 2557 รับฟรีทันที Office 365 Personal มูลค่า 1,899 บาท พร้อมสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน
[PR] แท็บเล็ต Windows จะมีขายในร้าน TG Fone แล้ว
ปกติทั่วไปการจะหาซื้อแท็บเล็ต Windows สักเครื่องต้องไปหาตามร้านขายเครื่องคอมพิวเตอร์หรือไม่ก็โน้ตบุ๊คเสียเป็นส่วนใหญ่ยากที่เราจะเห็นวางขายตามร้านมือถือทั่วไป แต่ล่าสุด Microsoft ได้ออกข่าวประชาสัมพันธ์ประกาศจับมือกับทาง TG Fone ร้านตัวแทนจำหน่ายมือถือที่มีมากกว่า 170 สาขาทั่วประเทศ พร้อมส่งแท็บเล็ต Windows 8 วางขายในช่องทางโมบายเป็นครั้งแรก ประเดิมด้วย ส่วนรุ่นอื่นๆจะทยอยตามหลังมาเร็วๆนี้
[PR] ไมโครซอฟท์ แนะนำใช้ “คลาวด์ โซลูชั่นส์” เพื่อการวางแผนต่อเนื่องทางธุรกิจ
กรุงเทพฯ 5 มีนาคม 2557 – ภาวะการหยุดชะงักของภาคธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่กระตุ้นเตือนให้องค์กรต่างๆ เห็นความสำคัญของการวางแผนต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Planning - BCP) ซึ่งจะช่วยกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจเมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการสะดุด และนำพาองค์กรกลับสู่การดำเนินธุรกิจในภาวะปกติโดยเร็วที่สุด คลาวด์ โซลูชั่น จากไมโครซอฟท์สามารถเป็นส่วนหนึ่งของแผนความต่อเนื่องนี้ ที่จะช่วยทำให้ธุรกิจเกิดความคล่องตัว รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานให้กับองค์กรในทุกสถานการณ์

ป้ายคำ

Apple

Apple เปิดตัว iOS 9 iPhone 4s และ iPad 2 ได้ไปต่อ
เมื่อคืนทาง Apple ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการ iOS 9 เวอร์ชั่นใหม่ โดยเวอร์ชั่นนี้จะมีการปรับปรุง ส่วนค้นหา, Siri, Multitasking แบ่งจอแสดง 2 แอพพร้อมกันบน iPad, เพิ่มข้อมูลการเดินทางในแอพ Maps แผนที่, แอพ Notes จดบันทึก และเพิ่มแอพ News สำหรับอ่านข่าว และอื่นๆอีกรายละเอียดเชิญชมได้เลยครับ
เปิดตัว iPad mini 3 เพิ่มสีทอง, Touch ID แต่ชิปเดิม กล้องเดิม บางเท่าเดิม
เดิมทีสื่อนอกคาดกันว่า iPad mini 3 ไม่น่าจะเปิดตัวพร้อม แต่ในงานเมื่อคืนกลับมีเซอร์ไพรส์เล็กน้อยเมื่อโผล่มาพร้อมกับ iPad Air 2 ด้วย แต่ทว่า iPad mini 3 นี้ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเท่าไรนัก จะมีก็แต่เพิ่ม Touch ID หรือเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเข้ามา, สีใหม่สีทองและตัดรุ่นความจุ 32GB ออกเท่านั้น อย่างอื่นเหมือนเดิมหมด
เปิดตัว iPad Air 2 บาง 6.1 มม. เพิ่มสีทอง, Touch ID อัพชิป Apple A8X อัพกล้อง 8 ล้าน
ในงานเมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ตุลาคม 2557) Apple ได้เปิดตัว iPad รุ่นใหม่ประกอบไปด้วย "iPad Air 2" และ "iPad mini 3" สำหรับ iPad Air 2 นั้นก็เป็นไปตามคาดมีการเพิ่ม Touch ID หรือเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเข้ามา ที่เหนือความคาดหมายเล็กน้อยก็คือความบางตัวเครื่องเหลือแค่ 6.1 มม. จากเดิม 7.5 มม. และเพิ่มเวอร์ชั่นสีทอง สำหรับสเปคมีเปลี่ยนไปใช้ชิปประมวลผลตัวใหม่ Apple A8X, กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f2.4 ตัวเครื่องมีให้เลือก 3 ความจุ 16/64/128GB เริ่มเปิดให้จองที่สหรัฐวันนี้จัดส่งสัปดาห์หน้า

Samsung

Samsung Galaxy A8 สรุปข่าว รายละเอียด สเปค ราคาและวันวางจำหน่าย
หลังจากที่สัปดาห์ก่อนทาง Samsung ได้เปิดตัว Galaxy A8 ในประเทศจีนไป ล่าสุดเมื่อวานนี้ก็ได้เปิดราคาและวันวางจำหน่ายในไทยออกมาแล้ว ในส่วนของสเปคเครื่องของไทยจะมีการเปลี่ยนไปใช้ชิป Exynos 5430 แทนที่ Snapdragon 615
Samsung เปิดตัว Galaxy Tab S2 บาง 5.6 มม. ราคา 15,900 บาท เริ่มขายสิงหานี้
เป็นไปตามคาดวันนี้ 20 กรกฎาคม ทาง Samsung ได้เปิดตัวแท็บเล็ตเรือธงรุ่นใหม่ Galaxy Tab S2 ที่มีความบางเพียง 5.6 มม. น้ำหนัก 389 กรัมและ 265 กรัม บางและเบากว่า Galaxy Tab S รุ่นแรก (บาง 6.6 มม. น้ำหนัก 467 กรัม และ 297 กรัม) เริ่มวางขายทั่วโลกเดือนหน้าสิงหาคมนี้
[ไทย] Samsung Galaxy J5 เริ่มขายศุกร์นี้ ราคา 7,900 บาท
มีข่าวจากเว็บไซต์ ระบุว่าทาง Samsung จะเริ่มวางขาย Galaxy J5 ในวันพรุ่งนี้ (24 กรกฏาคม 2558) Galaxy J5 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอ 5 นิ้วจุดเด่นมีไฟแฟลชกล้องหน้า รองรับ 4G 2 ซิมและมี NFC

Acer

ASUS

Microsoft

Google

Sony

[PR] Sony Xperia C4 Dual สมาร์ทโฟนโปรเซลฟี่ราคา 10,990 บาท
Sony XperiaTM C4 Dual สมาร์ทโฟนสำหรับคนรักการถ่ายรูป และเซลฟี่ระดับโปรรุ่นใหม่ล่าสุด ที่โดดเด่นด้วย “กล้องโปรเซลฟี่” กล้องหน้าคุณภาพสูงที่พัฒนาเพื่อการถ่ายภาพเซลฟี่อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง 25 มิลลิเมตร เซนเซอร์ Exmor R พร้อมแฟลช Soft LED ที่ให้แสงนุ่มนวล กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมกับโหมด HDR เหนือกว่าด้วยคุณสมบัติการตั้งค่าอัตโนมัติ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ให้คุณได้ภาพที่ดีที่สุดด้วยเทคโนโลยี SteadyShot™ ควบคุมการสั่นไหวของกล้อง จอแสดงผล Full HD ขนาดกว้าง 5.5 นิ้ว พร้อมด้วยเทคโนโลยี Mobile bravia engine 2 และ Super vivid mode เพื่อภาพที่สวยสด งดงาม ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลความเร็วสูง MediaTek MTK6752 octa-core 1.7GHz, GPU Mali-T760, RAM 2GB, พื้นที่เก็บข้อมูลในเครื่อง 16GB รองรับ microSD card ความจุสูงสุด 128GB , การเชื่อมต่อ 4G LTE และรันแอนดรอยด์ 5.0 Lollipop แบตเตอรี่มีขนาดใหญ่ถึง 2,600 mAh สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน รองรับได้ 2 ซิมการ์ด พร้อมแอปพลิเคชั่นกล้องที่สร้างสรรค์เช่น Style portrait เพื่อปรับแต่งรูปลักษณ์อย่างเป็นธรรมชาติ AR mask โปรแกรมถ่ายภาพพร้อมเปลี่ยนสลับหน้าเพิ่มความสนุกสนานยิ่งขึ้น

LG

HP

Lenovo

Dell