เมื่อคืนที่ผ่านมาทาง Apple ได้จัดงาน WWDC 2013 โดยงานนี้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายอย่างทั้ง OS X Marvericks , MacBook Air (เปลี่ยนไปใช้ซีพียู Haswell 4th gen ใช้งานได้สูงสุด 12 ชั่วโมง), Mac Pro ดีไซน์ใหม่และสุดท้าย iOS 7

นับเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่ iOS เวอร์ชั่นแรกได้เปิดตัวและเริ่มใช้กันบน iPhone รุ่นแรกตั้งแต่ปี 2007 จนมาถึงเวอร์ชั่นล่าสุด iOS 7 ทาง ทิม คุก ซีอีโอของ Apple ได้ยกให้เป็นเวอร์ชั่นที่มีการปรับเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวระบบปฏิบัติการ iOS มาไม่ว่าจะเป็น ไอคอน, ฟอนต์, ฟังก์ชั่นการปลดล็อคเครื่อง, แผงควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ รวมไปถึงแอพที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการก็มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ทั้งหมด

ผู้ที่เข้ามารับผิดชอบหรือหัวหน้าทีมการออกแบบดีไซน์ Jony Ive บอกว่าไอคอนใหม่มีการเปลี่ยนสีที่ใช้ โดยสีหลักของเดิมจะถูกแทนที่ด้วยเฉดสีและโทนสีที่ดูทันสมัย เน้นความเรียบง่ายมากขึ้น

มุมซ้ายบนแถบสัญญาณโทรศัพท์เปลี่ยนรูปแบบเป็นจุดแทน
การจัดกลุ่มแอพเป็น Folder ไม่จำกัดจำนวนแอพแล้ว (เดิมจำกัดอยู่ที่ 12 - 16 แอพ)

Control Center
เป็นชื่อเรียกเมนูที่เก็บปุ่มลัดต่างๆ แบ่งออกเป็น 5 ส่วน สามารถเรียกได้โดยการลากนิ้วจากล่างขึ้นบน
  1. Settings หรือตั้งค่า จะมีปุ่มเปิดปิดโหมด Airplane, WiFi, Bluetooth, ล็อคไม่ให้หมุนหน้าจออัตโนมัติ เป็นต้น
  2. Brightness หรือปรับลดแสง
  3. Media controls เอาไว้เปิดฟังเพลง ปรับลดเสียง เปลี่ยนเพลง เป็นต้น
  4. AirPlay เปิดการใช้งาน AirDrop และ AirPlay
  5. Apps แอพ Flashlight (ไฟฉาย), ตั้งเวลา, เครื่องคิดเลข, กล้อง

Notification
ส่วนแจ้งเตือนออกแบบใหม่มีปุ่มให้เลือกดูเฉพาะของวันนี้หรือทั้งหมดก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถดูที่หน้าล็อคสกรีนได้เลย


Multitasking
มีการอัพเกรดเพิ่มเติมรองรับทุกแอพแล้วจากเดิมที่จำกัดเฉพาะบางแอพเท่านั้น Apple บอกว่าตัวแอพจะมีการอัพเดทเองอัตโนมัติอยู่เบื้องหลัง (ไม่กินแบต) ทำให้แอพมีการอัพเดทข้อมูลใหม่อยู่เสมอแทนที่เดิมจะมีการอัพเดทเฉพาะเมื่อเปิดแอพขึ้นมาเท่านั้น  นอกจากนี้หน้าตาการใช้งานของ multitasking ก็เปลี่ยนใหม่ด้วยจะมีหน้าพรีวิวแอพให้ดูดังรูป

Safari
  • browser สำหรับดูเว็บมีการปรับเปลี่ยนหน้าตาใหม่เพิ่มพื้นที่การแสดงผลมากขึ้นด้วยการแสดงแบบเต็มจอ 
  • ตัดส่วนค้นหาทิ้งและรวมเอาไว้ใน address bar แทน (ค้นหาโดยการพิมพ์ที่ address bar ได้เลย) 
  • เก็บรหัสผ่านหรือข้อมูลบัตรเครดิตเอาไว้ใน iCloud มีระบบป้องกันอย่างดีเวลาใช้งานไม่ต้องกรอกหลายรอบดึงมาใช้ได้เลย ใช้ได้ทุกเครื่องที่เป็นของเรา

AirDrop
เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน iOS 7 เอาไว้แชร์ข้อมูลกับคนอื่นที่อยู่ใกล้ๆ การแชร์จะเป็นระบบปิดไม่ได้เปิดแชร์ให้ทุกคนแต่แชร์เฉพาะกับคนที่ต้องการและอยู่ใกล้เท่านั้น การแชร์ไม่ต้องอาศัยการเชื่อมต่อเครือข่ายใดๆและมีความปลอดภัยสูง แต่ข่าวร้ายสำหรับเครื่องรุ่นเก่าเพราะฟีเจอร์นี้จะใช้งานได้เฉพาะ iPhone 5, iPod touch 5th gen, iPad 4 และ iPad mini เท่านั้น

Camera
แอพถ่ายรูปเปลี่ยนหน้าตาใหม่ด้านล่างมีเมนูให้เลือกถ่ายแบบ วีดีโอ, รูปภาพ, รูปภาพแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส, และพาโนรามา

Photos
แอพดูรูปเปลี่ยนหน้าตาใหม่เช่นกัน 
  • การสลับแอพไปมาระหว่าง Photos และ Camera ทำได้ง่ายโดยการลากนิ้วเพื่อเปลี่ยนแอพ 
  • การแสดงรูปจะเรียงลำดับและจัดกลุ่มภาพตามช่วงเวลาและสถานที่ สามารถเลือกดูภาพรวมทั้งหมดที่ถ่ายในแต่ละปีได้ (รูปมันจะเยอะมากเวลาดูให้ใช้นิ้วลากเอาแทน) 
  • การแชร์รูปทำผ่าน AirDrop หรือ iCloud ในส่วน iClound จะเพิ่มความสามารถแชร์ไปใส่ใน Photo Streams ของคนอื่นได้ นอกจากนี้ยังรองรับการแชร์วีดีโอผ่าน iCloud ด้วย

Siri
เช่นกับแอพอื่นๆดีไซน์ใหม่
  • ใช้ข้อมูลค้นหาจาก Bing, Twitter, Wikipedia
  • เพิ่มเสียงพูดหลายภาษาเลือกได้ว่าชายหรือหญิง ภาษาอังกฤษ, ฝรั่งเศส หรือ เยอรมัน (จะทยอยเพิ่มภาษาอื่นเข้ามาอีกในอนาคต)
  • สั่งให้ Siri ควบคุมการปิดเปิด Bluetooth, ปรับลดแสงหน้าจอ, อ่านข้อความจาก voicemail

iOS in the car
ฟังก์ชั่นที่จะใช้กับรถยนต์ สามารถควบคุมการโทรเข้าออก, เล่นเพลง, ดูเส้นทางในแผนที่ ใช้ควบคู่กับ Siri โดยรถยนต์ที่รองรับนั้นจะมาในปี 2014

App Store
อัพทั้งหมดจะอัพเดทให้อัตโนมัติไม่ต้องกดเพื่ออัพเดทอะไรใดๆอีกแล้ว

iTunes Radio
บริการฟังเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่งที่ทาง Apple เปิดตัวมาเพื่อแข่งขันกับทาง Pandora, Spotify, Rdio, Xbox Music, Google Play Music All Access เป็นต้น บริการนี้ใช้งานได้ฟรีแต่มีแบนเนอร์โฆษณาติดอยู่ด้วย ถ้าไม่ต้องแบนเนอร์สามารถเลือกจ่าย $24.99/ต่อปีแทนได้

FaceTime
รองรับการคุยแบบเสียงอย่างเดียวหรือ voice calls ไม่จำเป็นจะต้องคุยแบบเห็นหน้าหรือ video calls ก็ได้

Activation Lock (ระบบป้องกันเวลาเครื่องหาย)
กรณีที่เครื่อง iPhone โดนคนอื่นขโมยไปและโดนปิดฟังก์ชั่น Find My iPhone ระบบจะบังคับให้ sign in ด้วย Apple ID และรหัสผ่านของเราก่อนเท่านั้นจึงจะสามารถใช้เครื่องได้ ถึงแม้ว่ามันอาจไม่ได้ช่วยตามเครื่องของเราคืนมาแต่อย่างน้อยก็เป็นการป้องกันข้อมูลสำคัญๆที่อยู่ในเครื่องของเรา

อื่นๆ
นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วแอพอื่นๆก็มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาใหม่หมดดังรูป


อุปกรณ์ที่ได้ไปต่อ
  • iPhone 4, iPhone 4S, iPhone 5
  • iPod touch 16GB, iPod touch 32GB/64GB
  • iPad 2iPad width Retina Display (iPad 3, 4), iPad mini

กำหนดการปล่อย
  • เวอร์ชั่นทดสอบสำหรับนักพัฒนา - iPhone ได้แล้ว iPad รออีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
  • ผู้ใช้ทั่วไป - ช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ประมาณปลายเดือนกันยายนเป็นต้นไป)