ในงานเมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ตุลาคม 2557) Apple ได้เปิดตัว iPad รุ่นใหม่ประกอบไปด้วย "iPad Air 2" และ "iPad mini 3" สำหรับ iPad Air 2 นั้นก็เป็นไปตามคาดมีการเพิ่ม Touch ID หรือเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเข้ามา ที่เหนือความคาดหมายเล็กน้อยก็คือความบางตัวเครื่องเหลือแค่ 6.1 มม. จากเดิม 7.5 มม. และเพิ่มเวอร์ชั่นสีทอง สำหรับสเปคมีเปลี่ยนไปใช้ชิปประมวลผลตัวใหม่ Apple A8X, กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f2.4 ตัวเครื่องมีให้เลือก 3 ความจุ 16/64/128GB เริ่มเปิดให้จองที่สหรัฐวันนี้จัดส่งสัปดาห์หน้า

iPad Air 2 มีอะไรใหม่บ้าง ?


บางกว่าเดิม
  • ลดขนาดความบางของตัวเครื่องเหลือแค่ 6.1 มม. จากเดิมที่ iPad Air รุ่นแรกบาง 7.5 มม. (ลดลง 18%) และ iPad รุ่นแรกสุดบาง 13.4 มม.

Fully laminated display และ Antireflective coating ลดแสงสะท้อนหน้าจอ
  • Full Lamination ไม่มีช่องว่างระหว่างหน้าจอแสดงผล LCD, กระจก และแผงรับสัมผัส ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดบางกว่าเดิม
  • กระจกหน้าจอส่วนบนสุดมีการเคลือบ anti-reflective coating ช่วยลดแสงสะท้อน 56%

Touch ID เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • เป็นแท็บเล็ตตัวแรกของ Apple ที่มี Touch ID หรือเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ สามารถใช้ร่วมกับการจ่ายเงินผ่าน Apple Pay ได้ (Apple Pay ตอนนี้ใช้ได้เฉพาะที่สหรัฐ)

กล้องใช้เซ็นเซอร์ตัวใหม่
  • กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ตัวใหม่ขนาดพิกเซล 1.12 ไมครอน, รูรับแสง f/2.4, บันทึดวีดีโอ 1080p, วีดีโอ Slow Motion, ภาพพาโนราม่า, ถ่ายภาพต่อเนื่อง (Burst Mode), Time Lapse Mode
  • กล้องหน้าใช้เซ็นเซอร์ใหม่ด้วยโดยจะมีรูรับแสงกว้างกว่าเดิมอยู่ที่ f/2.2

ชิปประมวลผลตัวใหม่ 2nd-gen
  • iPad Air 2 จะใช้ชิปประมวลผล Apple A8X เป็นชิป 64-bit รุ่นที่สอง 2nd-gen
  • เร็วกว่า iPad Air รุ่นแรก 40% (iPad Air รุ่นแรกใช้ชิป Apple A7)
  • มีหน่วยประมวลผล M8 Motion Coprocessor สำหรับตรวจจับการเคลื่อนไหวต่างๆ

iOS 8.1
  • iPad Air 2 จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ iOS 8.1

เพิ่มสีทอง
  • เพิ่มเวอร์ชั่นสีทองเข้ามา สรุปตอนนี้จะมี สีทอง, สีเงิน, สีเทา

Apple SIM (ตอนนี้รองรับเฉพาะสหรัฐและ UK เท่านั้น)
  • Apple มีการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่เรียกว่า Apple SIM คือ ปกติแล้วเวลาเราต้องการจะใช้เน็ตของค่ายไหนก็ต้องใช้ซิมของค่ายนั้น ถ้าจะเปลี่ยนไปใช้ค่ายอื่นก็ต้องสลับซิม แต่สำหรับ Apple SIM นี้คือใช้ซิมเดียวเลยไม่ต้องเปลี่ยนไปมา เวลาจะใช้เน็ตของค่ายอื่นก็เข้าไปในเมนูตั้งค่าดังรูปเพื่อเลือกเปลี่ยนผู้ให้บริการ

รุ่นและราคา
iPad Air 2 มีด้วยกัน 3 ขนาดความจุ ไม่มีความจุ 32GB แล้ว โดยรุ่นความจุ 64GB และ 128GB จะลดราคาลงมาแทนที่รุ่นความจุ 32GB และ 64GB
  • WiFi 16GB - $499
  • WiFi 64GB - $599
  • WiFi 128GB - $699
  • WiFi + Cellular 16GB - $629
  • WiFi + Cellular 64GB - $729
  • WiFi + Cellular 128GB - $829

เปิดให้จองที่สหรัฐวันนี้ 17 ตุลาคม 2557 เริ่มจัดส่งตัวเครื่องสัปดาห์หน้า (*ในไทยยังไม่ทราย)
  • รายชื่อประเทศที่จะวางขายสัปดาห์หน้า US, Australia, Austria, Belgium, Bulgaria, Canada, China (Wi-Fi models only), Czech Republic, Denmark, Finland, France, Germany, Hong Kong, Iceland, Ireland, Italy, Japan, Liechtenstein, Luxembourg, Macau (Wi-Fi models only), Netherlands, New Zealand, Norway, Poland, Portugal, Romania, Singapore, Slovakia, Spain, Sweden, Switzerland and the UK
  • ต่อด้วย Croatia, Greece, Puerto Rico, Russia, Turkey, United Arab Emirates ปลายเดือนตุลาคม
สเปคเครื่อง iPad Air 2
  • หน้าจอ 9.7 นิ้ว IPS ความละเอียด 2048 x 1536 (264 ppi) เทคโนโลยี Fully laminated display + Antireflective coating
  • ขนาดตัวเครื่อง 240 x 169.5 มม. บาง 6.1 มม.
  • น้ำหนักรุ่น WiFi 437 กรัม รุ่น WiFi + Cellular 444 กรัม
  • ชิป Apple A8X และ M8 motion coprocessor
  • มี Touch ID
  • กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล iSight รูรับแสง f/2.4 + ออโฟกัส + Burst mode + บันทึกวีดีโอ Slo-mo
  • รองรับ WiFi 802.11a/b/g/n/ac dual channel (2.4GHz & 5GHz) MIMO
  • Bluetooth 4.0
  • ใช้ Nano-SIM
  • ช่องเสียบ Lightning
  • ระยะเวลาใช้งานเล่นเว็บผ่าน WiFi 10 ชั่วโมง
  • มาพร้อมระบบปฏิบัติการ iOS 8.1
  • มี 3 สี ทอง, เงิน, เทา
วีดีโอแนะนำ iPad Air 2 ของ Apple

วีดีโอลองจับ iPad Air 2 และ iPad mini 3 โดย The Verge

วีดีโอลองจับ iPad Air 2 โดยเว็บ TechnoBuffalo


*อัพเดทเพิ่มวีดีโอรีวิวจากเว็บต่างประเทศ