ในข่าวนี้จะเป็นข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการจากทาง ASUS ครับ ซึ่งในงานเปิดตัวจะมีอัลตร้าบุ๊คในชื่อ ZENBOOK และแท็บเล็ต Eee Pad Transformer Prime มาโชว์ตัวด้วย โดยในส่วนของ Transformer Prime นั้นก็ได้วางขายตามร้านตัวแทนจำหน่ายแล้วที่ราคา 20,900 บาท (รวม VAT แล้ว) 

และนอกจากงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทาง ASUS ก็ได้มีการแถลงแผนการตลาดในปีนี้ที่จะมีการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผ่าน Modern Trade (โมเดิร์นเทรด) และตามห้างร้านต่างๆทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอีก 70% พร้อมกับเจาะกลุ่มลูกค้าหน่วยงานภาครัฐในด้านการศึกษรวมถึงองค์กรต่างๆอีกด้วย

รายละเอียดข่าวประชาสัมพันธ์

          “เอซุส” ตอกย้ำกระแสความแรงกลุ่มซิสเต็มส์ หลังยอดขายปี 2554 โตขึ้นอีก 50%จาก 2553 ส่งผลิตภัณฑ์ 2 ซีรี่ย์ใหม่ ประเดิมตลาดปีมังกร ตามติดเทรนด์บางเฉียบด้วย “เอซุส เซนบุ๊ก”  อัลตร้าบุ๊กน้ำหนักเบา ดีไซน์สวยหรู ส่วนคอไอทีไม่ควรพลาด “Eee-Pad Transformer Prime” แท็บเล็ตที่เร็ว-แรงที่สุดในโลก วางจำหน่ายแล้วที่ตัวแทนจำหน่าย เอซุสทั่วประเทศ

 

นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “รู้สึกพอใจกับตัวเลขผลประกอบการในปี 2554 ที่ผ่านมาทั้ง 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ของบริษัท โดยกลุ่มซิสเต็มส์ เติบโตขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับปี 2553 ซึ่งสัดส่วนยอดขายมากที่สุดจะเป็นผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก ประมาณ. 70:30 และคาดการณ์ว่ายอดขายจะเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้อีกด้วย ในขณะที่กลุ่มโอพี ซึ่งปัจจุบันมีคุณมนต์ธีร์ วุฒิรงค์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบอยู่นั้น ยอดขายเติบโตขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับปี 2553 โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์เอซุสที่ได้รับการยอมรับและไว้วางใจอย่างกว้างขวางในตลาดเมืองไทย


 

“ปีนี้เทรนด์สินค้าอัลตร้าบุ๊กมาแรงมาก วันนี้เอซุส จึงขอเปิดตัว “เอซุส เซนบุ๊ก นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่พกพาความบางเฉียบ ด้วยขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว โดดเด่นด้วยระบบเสียงทรงพลังของโซนิก มาสเตอร์ (Sonic Master) มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น สามารถรองรับฟังก์ชั่นมัลติมีเดียได้เต็มรูปแบบ ส่วนอีกรุ่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน Eee-Pad Transformer Prime” แท็บเล็ตที่เร็ว-แรงที่สุดในโลก ที่ใช้หน่วยประมวลผล NVIDIA® Tegra® 3 Quad-Core มาพร้อมดีไซน์แห่งนวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบาย และช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้สูงสุดถึง 18 ชั่วโมง ถือเป็นสุดยอดนวัตกรรมชิ้นเอกที่เพียบพร้อมและครบวงจร” นายพรเทพ กล่าว  


 

สำหรับกลยุทธ์การตลาดในปีนี้เอซุสวางแผนจะเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด และซูเปอร์สโตร์ต่างๆ ทั่วประเทศเพิ่มมากขึ้นอีก 70% พร้อมกับเจาะกลุ่มลูกค้าหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะด้านการศึกษารวมถึงองค์กรต่างๆ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เรามีฐานลูกค้าในกลุ่มนี้อยู่เพียง 5% เท่านั้น เนื่องจากตลาดดังกล่าวมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ทางด้านการพัฒนางานขาย เอซุสเตรียมปรับโครงสร้างพนักงานขายใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพ และรองรับการเติบโตในปี 2012


 

“บริษัทยังคงมุ่งเดินหน้าทำตลาดสินค้าโน้ตบุ๊กอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษและข้อเสนอด้านบริการหลังการขายที่มีมาตรฐานเพื่อดึงดูดใจลูกค้า โดยคาดหวังว่าเมื่อจบไตรมาสสอง จำนวนยอดขายต่อยูนิตของเอซุสโน้ตบุ๊ก จะมีส่วนแบ่งอย่างน้อย 15% ของตลาดโน้ตบุ๊ก” นายพรเทพ กล่าวทิ้งท้าย