ก่อนอื่นต้องขออภัยด้วยนะครับเนื่องจากก่อนหน้านี้ผมลงเวลาเอาไว้ผิดว่างาน WWDC 2012 จะเริ่มตี 1 แต่เวลาที่ถูกต้องคือเที่ยงคืนที่ผ่านมาครับ สำหรับงานนี้ก็ตามคาดทาง Apple มี iOS 6 มาแนะนำ ส่วนจะมีอะไรใหม่บ้างรายละเอียดอยู่ข้างล่างนี้ครับ


iCloud
  • เพิ่ม messages, reminders, notes และ documents
  • สำหรับ documents เมื่อเวลาที่เราเปิดแอพ Pages มันจะแสดงเอกสารทั้งหมดที่เก็บเอาไว้บน cloud สามารถเปิดจากเครื่องไหนก็ได้
  • notes สามารถใส่ภาพและลิงค์ได้ นอกจากนี้ยังเปิดโน๊ตแยกหน้าต่างได้อีกด้วย

Reminders


Notes


Messages

iOS 6
  • Siri
    • ถามข้อมูลผลการแข่งขันกีฬาต่างๆ, ร้านอาหาร, หนังอะไรบ้างที่ฉายในโรง
    • รองรับภาษา เกาหลี, จีน, อิตาลี
    • จับมือกับค่ายรถชื่อดังต่างๆ (BMW, Mercedes, GM, Land Rover, Jaguar, Audi, Toyota, Chrysler, และ Honda) ทำปุ่ม Eyes Free ติดกับพวงมาลัยรถสามารถคุยกับ Siri ขณะขับรถไปด้วยได้ หรือจะทวิตข้อความผ่าน Siri ก็ได้เช่นกัน
    • รองรับ New iPad แล้ว

ภาษาที่รองรับ ยังไม่มีไทยเช่นเคย


Eyes Free จับมือค่ายรถทำปุ่มเพิ่มเอาไว้คุยกับ Siri คาดว่าอีก 12 เดือนข้างหน้าจะมีรถที่มีปุ่มนี้ออกวางขาย

  • Facebook
    • มีการรวมเอา Facebook เข้ามาเหมือนกับ Twitter
    • ที่หน้า Settings จะสามารถตั้งค่า Facebook ได้เลย
    • สามารถแชร์แอพที่อยู่ใน iTunes, แชร์ภาพบน Safari, แชร์พิกัดบนแผนที่
    • ใน App Store จะมีปุ่ม Like แอพ, หนัง, รายการทีวีและเพลงได้
    • มีการซิงก์ข้อมูล event ต่างๆที่ลงไว้ในปฏิทินและวันเกิดเพื่อนจาก Facebook
    • ในส่วน Notification Center จะมีปุ่ม Tap to Tweet และ Tap to Post เพิ่มเข้ามาสำหรับทวิตข้อความหรือจะโพสลง Facebook ก็ได้


แชร์พิกัดขึ้น Facebook


ส่วนแจ้งเตือนจะมีปุ่ม Tap to Tweet และ Tap to Post เพิ่มเข้ามา


ใน App Store มีปุ่ม Like ให้กดแล้ว


ที่หน้าข้อมูลรายชื่อจะมีบอกชื่อ Facebook ด้วย

  • Phone
    • เพิ่มปุ่ม "Reply with Message" และ "Remind Me Later" เอาไว้ใช้กรณีที่มีคนโทรเข้ามาแต่เราไม่สะดวกจะรับสาย 
    • ถ้าเลือก "Reply with Message" จะเป็นการส่งข้อความกลับไปบอกคนที่โทรมา ตัวอย่างคำพูด "I'll call you later.", "I'm on my way.", "What's up?" เป็นต้นเราสามารถกำหนดคำพูดที่จะส่งเองได้ พร้อมกันนี้ยังสามารถตั้งแจ้งเตือนเรากรณีที่ลืมติดต่อกลับ

เพิ่มปุ่ม Reply with Message และ Remind Me Later


เลือกข้อความที่จะส่งกลับไปบอก

  • Do Not Disturb 
    • เป็นฟีเจอร์ใหม่เอาไว้ใช้ขณะที่เรานอนหลับไม่ต้องการให้เครื่องส่งเสียงเตือนหรือหน้าจอสว่างเวลามีข้อความหรือคนโทรเข้ามา สามารถตั้งช่วงเวลาได้และจะมีตัวเลือก "Repeated Calls" กรณีที่คนเดิมโทรเข้ามารอบสองภายในเวลา 3 นาทีระบบถึงจะส่งเสียงเตือน

ฟีเจอร์ Do Not Disturb นี้จะอยู่ในหน้า Settings เลย


กำหนดช่วงเวลาได้

  • FaceTime
    • ใช้งานผ่านเครือข่ายมือถือได้แล้ว
    • มีการรวมเบอร์โทรศัพท์และ Apple ID เข้าด้วยกัน เวลาที่มีคนเรียกผ่าน FaceTime เข้ามาที่เบอร์โทรศัพท์เราสามารถรับสายผ่าน iPad หรือ Mac แทนได้ เช่นเดียวกับ iMessage เวลาที่มีคนส่งข้อความจากมือถือ ที่ iPad และเครื่อง Mac ก็จะได้รับข้อความด้วย

ใช้ FaceTime ผ่านเครือข่ายมือถือได้


รวม Apple ID กับเบอร์โทรศัพท์เข้าด้วยกัน


  • Safari
    • เพิ่มแท็บ iCloud และ offline reading list
    • สามารถอัพโหลดรูปภาพจาก Safari ไปที่เว็บไซต์ได้แล้ว
    • โหมดแนวนอนแสดงเว็บเต็มจอได้

เพิ่มแท็บ iCloud 


เพิ่ม Offiline reading List สำหรับเก็บข่าวบนเว็บไว้อ่านทีหลัง


สามารถอัพโหลดรูปผ่าน Safari ได้แล้ว


โหมดแนวนอนแสดงเว็บเต็มจอ

  • Photo Stream
    • แชร์รูปภาพกับเพื่อนได้ (เหมือนกับการ Tag รูปเพื่อนบน Facebook) โดยทำการเลือกรูปและเลือกเพื่อนที่ต้องการจะแชร์ (มีข้อความส่งไปถึงเพื่อนด้วย) เสร็จแล้วรูปก็จะโผล่ในอัลบั้ม เพื่อนของเราสามารถเข้ามาคอมเม้นท์รูปได้


เลือกชื่อเพื่อน


แสดงอัลบั้ม


ที่รูปจะเปิดให้เพื่อนมาคอมเมนท์ได้

  • Mail
    • เพิ่มกลุ่ม VIP จัดให้ใครเข้าอยู่ในหมวดนี้ก็ได้เมื่อเลือกแล้วก็จะแสดงเฉพาะอีเมลล์ที่คนๆนั้นได้ส่งมา (มีรูปดาวแสดงนำหน้าอีเมลล์)
    • แนบไฟล์ภาพและวีดีโอไปกับอีเมลล์ได้ โดยจะมีหน้าต่างแสดงขึ้นมา

เพิ่มกลุ่ม VIP


เมื่อเลือกคนที่จะอยู่ในกลุ่ม VIP แล้ว เวลามีเมลล์จากคนนั้นส่งมาจะมีรูปดาวแสดงนำหน้าให้


สามารถใส่รูปหรือวีดีโอแนบไปกับอีเมลล์ได้

  • Passbook
    • เป็นการเก็บข้อมูลบัตรหรือตั๋วต่างๆเอาไว้ในเครื่องสะดวกตรงที่เราไม่ต้องพกบัตรหรือตั๋วอีกต่อไปตัวแอพจะมีการสร้าง QR Code เอาไว้ให้ใช้สแกนได้ ตัวอย่างการใช้งานเช่น ตั๋วหนัง, ตั๋วเข้าชมการแข่งขันกีฬา, บัตรสมาชิก Starbucks, บัตรสมาชิก Apple Store, ตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
    • ตัวแอพจะมีการแจ้งเตือนเมื่อเราเข้าใกล้สถานที่นั้นๆให้ด้วย ตัวอย่างเช่นร้าน Starbucks
    • พร้อมทั้งบอกเงินคงเหลือที่อยู่ในบัตร
    • ถ้าเป็นตั๋วเครื่องบินก็จะบอกประตูทางขึ้นเครื่องให้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบก็จะอัพเดทข้อมูลอัตโนมัติ


บัตรสมาชิก Starbucks จะมี QR Code แสดงให้เอาไว้ให้ร้านต่างๆสแกนได้
พร้อมทั้งแสดงเงินคงเหลือในบัตรและชื่อของเรา


บัตร Apple Store


ตั๋วโดยสารรถไฟ


ตั๋วหนัง


มีแจ้งเตือนขึ้นถ้าเราอยู่ใกล้ร้าน Starbucks


ตั๋วเครื่องบินจะมีบอกประตูทางขึ้นเครื่องให้

  • Maps
    • เลิกใช้ของ Google Maps ตามคาด
    • เป็นแผนที่อันใหม่ของทาง Apple เอง Apple เลือกใช้ข้อมูลแผนที่ของ TomTom แทน
    • แสดงแผนที่แบบ real-time ณ ขณะนั้น
    • โชว์การจราจร ณ ขณะนั้น พร้อมรายงานหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น
    • Turn-by-turn navigation แผนที่นำทางบอกด้วยว่าจะให้เลี้ยวไปทางไหนอย่างไร ลักษณะเดียวกับ GPS นำทาง
    • ถึงแม้เครื่องจะเข้าสู่หน้าจอล็อคสกรีนก็ยังแสดงแผนที่อยู่เหมือนเดิม
    • ใช้ Siri ได้ ตัวอย่างถามสถานที่เติมแก๊ส, บอกเวลาว่าอีกกี่นาทีจะไปถึง
    • เพิ่มมุมมอง Flyover เป็นแผนที่ 3D เหมือนกับที่ Google ได้เปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
    • สามารถดูแผนที่จากภาพถ่ายดาวเทียมได้

เปลี่ยนโลโก้ Maps ใหม่


มีปุ่มเปลี่ยนโหมดเป็นแบบนำทางหรือ 3D


แสดงการจราจร ถ้าเกิดอุบัติเหตุที่ไหนก็จะแจ้งให้ทราบด้วย


โหมดแผนที่นำทาง


ถาม Siri ได้ ตัวอย่างเช่น ถามสถานที่เติมแก๊สว่าแถวนี้มีที่ไหนบ้าง


มุมมองแบบ Flyover


แผนที่ 3D


ภาพถ่ายดาวเทียม

  • อุปกรณ์ที่สามารถอัพเกรดได้
    • iPhone 3GS ขึ้นไป
    • iPad 2 และ iPad 3rd gen (New iPad)
    • iPod touch 4th gen

ตามข่าวลือ iPad 1 และ iPod touch 3rd gen อัพไม่ได้

  • iOS 6 beta เปิดให้ทดลองใช้กันแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนตัวเต็มจะมาช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่สหรัฐตรงกับเดือนกันยายน - ธันวาคม