ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ครับที่ทางบริษัท RIM ได้จัดงานโชว์ตัว BlackBerry PlayBook ทางผมได้มีโอกาสสัมผัสและทดสอบการใช้งานต่างๆเลยจัดมินิรีวิวขึ้นมาให้ได้ชมกันครับ 


เนื่องจากทาง RIM ได้จัดงาน 2 รอบคือช่วงเช้าและช่วงเย็น ช่วงเช้านั้นคนไปค่อนข้างเยอะเลยไม่ค่อยมีเวลาได้ทดลองเล่นเท่าไรนัก ผมเลยไปงานช่วงเย็นอีกรอบเพื่ออเก็บรายละเอียดมาให้ได้ชมกันอีกครั้้งนึงครับ

รูปลักษณ์และความรู้สึกหลังจากที่ได้สัมผัส
  • ขนาดตัวเครื่องถือว่าไม่ใหญ่จนเิกินไปพอดีมือ ถือได้ถนัดกว่า 10 นิ้ว ดูแข็งแรงและมั่นคง (เขาทดสอบให้ดูกันจะๆเลยครับตกจากโต๊ะความสูงประมาณเอวยังไม่เป็นไร --> จริงๆแล้วไม่ได้ตั้งใจแต่ทาง RIM เขาเผลอทำตกเองเลยเป็นการทดสอบไปในตัว เหอะๆๆ) ส่วนความหนาถ้าเทียบกับ Galaxy Tab แล้วจะบางกว่าเล็กน้อยแต่จะกว้างและยาวกว่า (อาจเป็นเพราะขอบสีดำรอบจอกว้างกว่าของ Galaxy Tab)
    • 190.09 มม. x 120.45 มม. x 11.98 มม.
    • 194 มม. x 130 มม. x 10 มม.
  • ด้านหน้าเป็นกระจกทั้งชิ้นปิดหน้าจอ ส่วนด้านข้างน่าจะเป็นโลหะ
  • ด้านหลัง ตอนแรกผมดูไม่ออกจริงๆว่าคืออะไร มันไม่ใช่โลหะและดูคล้ายกับพลาสติก แต่หลังจากที่ช่วงเย็นไปสัมผัสอีกรอบพอจะบอกได้ว่า มันมีลักษณะหนืดๆความรู้สึกคล้ายกับซิลิโคนครับ 
หน้าจอ
  • ถึงแม้หน้าจอจะไม่มี IPS แต่ภาพและแสงที่แสดงออกมานั้นทำได้ค่อนข้างดี ผมลองทดสอบเปิดไฟล์หนัง Hidef ที่ติดมากับเครื่องเมื่อเห็นภาพตอนแรกหลายคนที่ยืนดูอยู่ข้างๆผมปากเป็นเสียงเดียวกันครับว่าภาพชัดและสีสดมาก ทดลองเล่นแล้วลื่นไหลไม่มีกระตุก
  • การตอบสนองต่อการสัมผัสทำได้ดีมากไม่มีอาการหน่วง
การใช้นิ้วสัมผัสในการทำงานต่างๆ
ตัว PlayBook นั้นจะมีการใช้นิ้วในการทำงานต่างๆมากมาย อย่างที่หลายคนได้เห็นในวีดีโอทดสอบการใช้งานจากต่างประเทศมากันเยอะแล้ว ตัวอย่างเช่น การสบัดนิ้วขึ้นก็จะเป็นการปิดแอปพริเคชั่นตัวนั้น, การลากนิ้วจากขอบจอซ้ายบนจะเป็นการแสดงแถบบาร์แจ้งเตือนต่างๆ และการลากนิ้วจากขอบจอไปมาซ้ายขวาจะเป็นการเปลี่ยนไปใช้งานแอปพริเคชั่นอื่นๆที่เปิดค้างอยู่ ซึ่งจากที่ผมได้ทำการทดสอบพบว่า การใช้นิ้วต่างๆนั้นจำเป็นจะต้องลากจากขอบส่วนสีดำที่อยู่รอบๆนอกจอ (อาจะเป็นสาเหตุนึงที่ทาง RIM ทำให้ขอบจอมีขนาดกว้างพื่อทำให้ใช้งานได้สะดวก) เข้ามาภายในจอ PlayBook ถึงจะทำงานในลักษณะที่กล่าวไปข้างต้นได้ ส่วนการลากในจอก็จะเป็นการทำงานแบบปกติทั่วไป 

แถมท้ายมีวิธีการเปิดตัวโดยการใช้นิ้วทั้ง 5 ปาดหน้าจอ (อันนี้ผมยังไม่แน่ใจว่าต้องใช้กี่นิ้วต้องรอการทดสอบอีกครั้งครับ) เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาโดยอัติโนมัติโดยที่ไม่ต้องกดปุ่มเปิดใดๆ

ซอฟท์แวร์
  • สำหรับ Web Browser ที่เอาไว้เปิดเว็บพบว่ายังมีปัญหาในเรื่องภาษาไทย สามารถแสดงได้แต่ไ่ม่สมบูรณ์ตัวสระต่างๆยังแสดงไม่ตรงตำแหน่ง
  • วีดีโอ Youtube ดูได้ไม่มีอาการกระตุก (ทดสอบได้แว๊บเดียวเองครับเนื่องจากเน็ตที่งานแรงไม่พอดูไปแป๊บเดียวก็นิ่งสนิท หยุดโหลดก่อนทุกที)
  • วีดีโอ Hidef ลื่นไหลไม่มีกระตุกเช่นกัน แต่ผมไม่แน่ใจว่าตัววีดีโอมีความละเอียดเท่าไร
  • BBM ตอนนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้ ที่สหรัฐก็เหมือนกัน
  • พวกแอปพริเคชั่นเช็คอีเมลล์, ปฏิทิน, contact ต้องมีมือถือ BlackBerry ถึงจะสามารถใช้งานได้ ถ้าต้องการเช็คอีเมลล์ตอนนี้ต้องทำผ่าน web browser เท่านั้น
  • เกมบน Facebook สามารถเปิดได้แต่ยังเล่นไม่ได้ครับ ผมทดสอบเกม Car Town
  • คีย์บอร์ดเสมือนยังไม่รองรับภาษาไทย
  • การต่อเข้ากับทีวีสามาถทำได้โดยใช้สาย HDMI ซึ่งตัว PlayBook จะมีลูกเล่นเพิ่มเติมเข้ามาก็คือเมื่อทำการปรับเสียงที่ตัว PlayBook จะเป็นการปรับเสียงที่ตัวจอทีวีแทนโดยที่เราไม่ต้องกดรีโมทเพิ่ม-ลดเสียงทีวีแต่อย่างใด ใช้ PlayBook ควบคุมแทน
  • Multitasking หรือการเปิดแอปพริเคชั่นหลายตัวพร้อมกันของ PlayBook ถือว่าเป็นจุดเด่นอย่างนึงที่แตกต่างจากระบบปฏิบัติการตัวอื่น ทาง RIM ยกตัวอย่างให้ดูโดยเริ่มแรกทำการเปิดเกม Need For Speed ขึ้นมาซึ่งปกติจะต้องรอโหลดให้เสร็จก่อนถึงจะสามารถทำอย่างอื่นได้ แต่สำหรับ PlayBook ขณะที่รอโหลดเกมอยู่นั้นเราสามารถไปเปิดวีดีโอดูพร้อมกันได้ทันที (ดูตัวอย่างการทดสอบได้ในวีดีโอข้างล่างนี้ครับ)
  • แหล่งโหลดแอปพริเคชั่นจะมีแค่ App World เท่านั้นซึ่งดูแล้วยังมีไม่มากนัก ซึ่งทาง RIM บอกว่าในอนาคตจะสามารถรันแอป Android ได้ แต่ว่าจะต้องโหลดผ่าน App World หรือก็คือนักพัฒนาจะต้องแก้ไขแอปตัวเองที่รันบนแอนดรอยด์ให้รองรับการรันบน PlayBook ด้วย (RIM บอกไม่ต้องแก้ไขอะไรมาก) นั่นหมายความว่า PlayBook จะสามารถรันแอปของแอนดรอยด์ได้แต่ไม่ได้ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับนักพัฒนาด้วย
  • PlayBook จะมีแอปพริเคชั่น Adobe Acrobat Reader (สำหรับเปิดไฟล์ PDF), Document To Go เวอร์ชั่นเต็มสามารถแก้ไขและสร้างไฟล์ Word Excel PowerPoint ได้ แต่จากที่ได้ทดสอบในงานยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้คงต้องรอการปรับปรุงจากทาง RIM
  • แอปพริเคชั่นแผนที่จะใช้ของทาง Bing
กล้อง
  • มีกล้องหลังขนาด 5 ล้านไม่มีไฟแฟลช ภาพที่ถ่ายออกมาไม่ค่อยชัดครับค่อนข้างแตก ส่วนนึงอาจจะเป็นเพราะว่าภายในงานค่อนข้างมืดและมีแสงน้อยด้วย




ภาพจากมุมต่ำครับ



ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องที่เห็นในรูปด้านบนกลมๆสีแดงค่อนข้างเล็กและไม่นูน การกดทำได้ค่อนข้างลำบากต้องใช้ปลายนิ้ว แต่มีวีธีเปิดเครื่องโดยการใช้มือ (ทั้งมือ) รูดที่หน้าจอเครื่องก็จะเปิดขึ้นมาเองครับ ถัดมาเป็นปุ่มปรับลดเสียงและเล่นหรือหยุดเพลง


ช่องเสียบ microHDMI และ microUSB


ต่อออกจอทีวีผ่าน HDMI


จอทีวีที่แสดงภาพจาก PlayBook ผ่านทางสาย HDMI


ภาพที่ถ่ายจากกล้องหลังครับ ค่อนข้างแตก (มีน้องนักศึกษามาเป็นแบบให้)


อีกรูปครับภาพที่ถ่ายจากกล้องหลัง


แถบบาร์จะอยู่ข้างบนต่างจาก Honeycomb ที่อยู่ด้านล่าง


มุมซ้ายบนเป็นส่วนแจ้งเตือนหรือ notifications อันนี้ผมทดสอบเปิด Word To Go แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้


ภาพจากวีดีโอ Hidef ครับ


ภาพจากวีดีโอ Hidef ครับ


แอปพริเคชั่นแผนที่จะใช้ของทาง Bing ไม่ใช่ของ Google Maps


ทาง RIM บอกตัวนี้แค่พรีวิวและกำลังพัฒนาอยู่เพื่อให้รองรับภาษาไทยได้ครับ ตอนนี้อาจจะแสดงได้ไม่สมบูรณ์เท่าไรนัก


วีดีโอสาธิตการใช้งาน PlayBook โดยทาง RIM จะเห็นการทดสอบต่อออกหน้าจอทีวี, การตอบสนองต่อการสัมผัส, Youtube, ฟังเพลง, Multitasking, ดูรูป, แหล่งโหลดแอป App World, เล่นเกม Need for Speed


วีดีโอทดสอบการใช้งานต่างๆครับ


เคสและซองมีมาโชว์ 4 แบบ

สรุป
ประสิทธิภาพในการทำงานของ PlayBook ทำออกมาได้ดี(มาก)ไม่ว่าจะเป็นการเปิดไฟล์หนัง Hidef, เล่นเกม, ดู Youtube และการตอบสนองต่อการสัมผัส จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือการทำงานของ Multitasking ที่แตกต่างจากระบบปฏิบัติการตัวอื่นๆ อย่างไรก็ตามในเรื่องการรองรับภาษาไทยยังคงต้องพัฒนาอีกและแอปพริเคชั่นที่มีน้อยบวกกับการที่ต้องมีมือถือ BlackBerry ถึงจะสามารถใช้งานอีเมลล์, ปฏิทิน และ Contacts ได้ ดูแล้ว PlayBook จะเหมาะสมกับผู้ใช้งานที่มีมือถือ BB เสียมากกว่า (สำหรับใครที่ไม่มีมือถือ BB รวมถึงผมด้วยอาจจะใช้งานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพมากนัก) แต่จากข้อมูลในต่างประเทศดูเหมือนทาง RIM จะยังมีการพัฒนาและปรับปรุงแก้ไข PlayBook ในส่วนต่างๆเพิ่มเติมให้ดีและรองรับยิ่งขึ้นต่อไปอีกในอนาคตอันใกล้นี้