กลับมาอีกครั้งกับมุมรีวิวแท็บเล็ตครับ คราวนี้ก็ถึงตาของแท็บเล็ตจากค่าย Acer กันบ้างกับ Acer Iconia Tab A500 ที่ล่าสุดมีข่าวว่าจะอัพเกรดเป็น Android Honeycomb 3.1 ในวันที่ 23 มิ.ย.นี้แล้ว แต่สำหรับตัวที่ผมได้มานั้นยังคงเป็น 3.0 อยู่ยังไงก็ดูกันไปก่อนเผื่อเอาไว้ตัดสินใจสำหรับคนที่ยังไม่ได้ซื้อแล้วกันครับ

ปล. ตัวที่ผมได้มารีวิวนั้นจะเป็นรุ่น WiFi 32GB ครับ ยังไม่มีรุ่น 3G วางขายเลย

สเปคเครื่อง

Acer Iconia Tab A500 ใช้หน่วยประมวลผล NVIDIA Tegra 2 ที่มี 2 คอร์ความเร็ว 1GHz เช่นเดียวกับแท็บเล็ตเจ้าอื่นๆในตลาด มีจุดเด่นอยู่ที่ช่องเสียบครบเซ็ตไม่ว่าจะเป็น USB, Micro USB, Micro HDMI และ microSD ส่วนราคา ณ ตอนนี้ (วันที่ 21 มิ.ย.) อยู่ที่ 16,900 บาท (รวม VAT แล้ว) สำหรับรุ่น WiFi 32GB ซึ่งถ้าเทียบกับ iPad 2 จะถูกกว่า 2,000 บาท ส่วนรุ่น WiFi 16GB อยู่ที่ 14,900 บาท ใครสนใจก็สามารถหาซื้อได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่าย Acer ทุกสาขาครับ


รูปลักษณ์ภายนอกและความรู้สึกหลังจากที่ได้สัมผัส


ด้านหน้าของ Acer Iconia Tab A500 ที่เห็นเป็นสีดำจะเป็นกระจก Gorilla Glass ส่วนขอบนอกสีเงินเป็นวัสดุที่ทำจากอลูมิเนียมเมทัล มีกล้องหน้าอยู่ทางด้านซ้ายมือและด้านขวามือจะมีสติ๊กเกอร์ของ Acer แปะอยู่ เวลาใช้งานสามารถแกะออกได้ครับเพราะว่ามันจะไปบังหน้าจอบางส่วนทำให้ใช้งานไม่สะดวก


ระหว่างกระจกหน้าจอสีดำและขอบนอกสีเงินจะมีช่องว่างอยู่เล็กน้อยไม่ได้แนบสนิทติดกันเลยทำให้มีฝุ่นลงไปอาศัยอยู่เป็นบางส่วน


มุมทั้ง 4 ด้านมีลักษณะโค้งลงนิดๆไม่เหมือนกับยี่ห้ออื่นๆที่จะโค้งลงมาเป็นครึ่งวงกลมและมีขอบล้อมรอบตัวกระจก


ตอนแรกถ้าไม่ได้ดูข้อมูลในเอกสารจะรู้สึกเลยว่า A500 มันยาวกว่า Transformer แน่ๆดูจากสายตาแล้วเหมือนกับ HD 16:9 เลย แต่พอมาดูตัวเลขจริงๆกลับพบว่า A500 สั้นกว่าเกือบ 1 ซม.เลยทีเดียวและไม่ได้เป็น HD ครับ (A500 - 260 มม. : Transformer - 271 มม.) ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะขอบเงินที่อยู่ด้านบนและล่างเลยทำให้กระจกสีดำมีพื้นที่น้อยลงให้ความรู้สึกยาวกว่านั่นเอง



ตำแหน่งของกล้องหน้าอยู่ด้านซ้ายมือซึ่งแตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆที่ส่วนมากจะอยู่ตรงกลางตัวเครื่อง ทำให้เวลาใช้งาน Video Call อาจจะงงๆเล็กน้อย แต่ถ้าอาการหนักหน่อยก็อาจร้องตะโกนออกมาได้ว่า กล้องกูอยู่ไหนๆ (อะ...ม่ายช่าย)


มาดูขนาดเมื่อเทียบกับกระดาษ A4 กันบ้าง




ด้านหลังวัสดุที่ใช้เป็นตัวเดียวกับขอบด้านหน้าก็คือ อลูมิเนียมเมทัล พื้นผิวมีลักษณะแบนราบเรียบมีโลโก้ Acer อยู่ตรงกลางตัวเครื่อง ด้านล่างซ้าย-ขวาเป็นลำโพง 2 ตัวสเตอริโอ ส่วนด้านขวาบนเป็นกล้องหลังมีไฟแฟลชและวางตำแหน่งใกล้เคียงกับกล้องหน้า ซึ่งก็ไม่รู้ทาง Acer ติดใจอะไรฝั่งนี้ถึงได้จับเอากล้องมาไว้ที่นี่หมด



ดูกันชัดๆกับกล้องหลัง 5 ล้านมีออโต้โฟกัสและไฟแฟลช


มุมนี้ให้เห็นว่าตรงกลางจะแบนส่วนขอบบนและล่างจะโค้งลงมาเล็กน้อย ไม่ได้แบนเป็นแผ่นกระดาน มีส่วนโค้งเว้าให้น่าจับ (อะ..อย่าคิดลึก)



ช่องเสียบและปุ่มต่างๆ


มาดูด้านบนของตัวเครื่องกันบ้างจากซ้ายมือเมื่อแกะฝาออกจะเป็นช่องสำหรับเสียบการ์ด microSD ถัดมามีสติ๊กเกอร์แปะอยู่ห้ามแกะ (ผมเดาว่าเป็นช่องเสียบ SIM) ถัดมาเป็นปุ่มเล็กสามารถเลื่อนไปมาได้เอาไว้สำหรับล็อกหน้าจอไม่ให้หมุนตามเมื่อเวลาเรากลับหัวกลับหางตัวเครื่อง และท้ายสุดเป็นปุ่มปรับลดเสียง


ด้านล่างเป็นช่องเสียบ dock อ้อ..ลืมบอกในส่วนการออกแบบที่ทาง Acer ทำให้มีลักษณะโค้งมนไม่มีเหลี่ยมเลยทำให้จับได้สบายมือกว่ายี่ห้ออื่นครับ แต่.....อย่างไรก็ตามพอลองใช้ไปสักพักก็เริ่มรู้สึกหนัก และสุดท้ายก็ต้องถือ 2 มืออยู่ดี


ด้านขวาของตัวเครื่องจากซ้ายเป็นช่องสำหรับ RESET ต้องเอาไม้จิ้มฟันแทงถึงจะได้ ถัดมาเป็นช่องเสียบ USB (โอ้ว !! สุดยอดอันนี้เด็ด) ช่องเสียบ Micro-USB และสุดท้ายช่องสำหรับเสียบที่ชาร์จ


ต่อกันด้วยด้านซ้าย ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ช่องเีสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และช่องเสียบ micro HDMI


หน้าจอ

สำหรับ Acer Iconia Tab A500 นั้นจะเป็นหน้าจอแบบ TFT LCD ธรรมดาที่คุณภาพไม่ธรรมดาเพราะว่าสามารถมองเห็นภาพในมุมองศาต่างๆได้เป็นปกติไม่มีผิดเพี้ยน แต่อย่างไรก็ตามถ้าเทียบกับหน้าจอ IPS แล้วยังดูเป็นรอง เพราะ IPS แสดงภาพได้คมและสีสดเป็นธรรมชาติกว่า









มุมไหนๆสีก็ไม่จืดจาง





จบภาค 1 แล้วครับเดี๋ยวไปต่อภาค 2 กันได้ที่


ขอขอบคุณบริษัท Acer ประเทศไทย จำกัด ที่ให้ยืมเครื่องมารีวิวในครั้งนี้