หลังจากไหแตกดองเค็มมานาน (ผ่านไปเดือนกว่าเพิ่งจะมีเวลาเขียน) วันนี้ถึงเวลาสำหรับรีวิว BlackBerry PlayBook กันแล้วครับ โดยตัวที่ผมได้มารีวิวยังคงเป็นเวอร์ชั่น 1.0.7 อยู่ครับ ซึ่งจะยังไม่รองรับภาษาไทย อ่านได้บางเว็บ และไม่มีคีย์บอร์ดไทย

สเปค

PlayBook จะใช้หน่วยประมวลผลแตกต่างจากแท็บเล็ต Android ที่ล้วนใช้ของ NVIDIA Tegra 2 กันหมด แต่ PlayBook จะใช้ TI OMAP4430 เป็น dual-core เหมือนกันความแรงก็วัดลำบากเพราะยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการออกมาแต่เท่าที่ผมทดสอบ ความลื่นถือว่าไม่ต่างกันมาก PlayBook อาจจะลื่นกว่านิดหน่อยด้วยซ้ำ ส่วนนึงน่าจะเป็นเพราะหน้าจอขนาด 7 นิ้วมักจะมีความละเอียดน้อยกว่า 10 นิ้ว 

สำหรับขนาดหน้าจอก็กำลังพอดีมือไม่ใหญ่เกินไปพกพาได้สะดวก (แต่ถ้าใครชอบใหญ่ๆก็ต้องไป 10 นิ้วเลยครับ) ส่วนภาพ สี และแสงทำได้ดีไม่แพ้ยี่ห้ออื่นถึงแม้จะไม่ใช้ IPS หรือ PLS ก็ตาม (ดีจนน่าแปลกใจ) 

กล้องหลังมีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซลชัดใช้ได้เลย แต่เสียดายไม่มีออโต้โฟกัสและไฟแฟลช กล้องหน้าจะมีความละเอียด 3 ล้านพิกเซล ในส่วน GPS ของ PlayBook ก็มีแต่ไม่ใช่ A-GPS ทำให้เวลาอยู่ในตึกหรืออาคารจะหาตำแหน่งค่อนข้างลำบากหน่อย 

พูดถึงรุ่นที่วางขายในไทยแล้วตอนนี้จะมีแต่ WiFi อย่างเดียวความจุ 16GB และ 32GB ในราคา 16,900 บาทและ 18,900 บาท ยังไม่มีรุ่น 3G เข้ามาแต่ถ้าใครมีมือถือ BB อยู่ก็สามารถอาศัยใช้ EDGE/GPRS หรือ 3G จากมือถือได้ครับ (ต่อผ่านแอพ BlackBerry Bridge เอา)



รูปลักษณ์ สัมผัส ความรู้สึก


ข้อดีของแท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 7 นิ้วก็คือมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป พกพาง่าย น้ำหนักเบา จะหยิบมาใช้หรือใส่กระเป๋าก็ไม่เกะกะ ซึ่งก็รวมถึง PlayBook ด้วย PlayBook นั้นมีจุดเด่นอยู่ที่วัสดุด้านหลังรวมถึงขอบที่มีลักษณะหนืดๆ คล้ายยางหรือซิลิโคน (ไม่ใช่หนังกะติ๊กนะครับมันดูดีกว่านั้น) เวลาจับจะไม่ค่อยมีรอยนิ้วมือติด และเป็นรอยขีดข่วนยากกว่าพวกวัสดุที่เป็นพลาสติกหรืออลูมิเนียมและโลหะ 


 7 นิ้วขนาดกำลังพอดีมือ ถือมือเดียวสบาย


งานประกอบ



ต้องชมว่า PlayBook เป็นแท็บเล็ตที่มีงานประกอบในระดับจัดว่าดีมาก คล้ายกับ Motorola XOOM คือส่วนขอบนอกกับจอจะมีตัวคั่นระหว่างกลางช่วยให้แนบสนิทกันมากยิ่งขึ้นไม่มีช่องว่าง 


ด้านหลังใช้วัสดุคล้ายซิลิโคนมีความหนืดแต่ไม่เหนียว ยังคงความแข็งแรงและยืดหยุ่น
ตรงกลางเป็นโลโก้ BlackBerry วาวๆคล้ายโลหะ


ด้านหลังกับด้านข้างเป็นวัสดุชิ้นเดียวกันจะมีรอยต่อกับชิ้นด้านหน้าแต่ก็มีช่องว่างน้อยมาก


ช่องเสียบและปุ่มต่างๆ

เรื่องปุ่มของ PlayBook เป็นอะไรที่ขัดใจมากครับ ปุ่มอื่นๆยังพอทนแต่ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องเนี่ยสิสุดแสนจะกดยากส์ ปุ่มตื้นมาก ต้องอาศัยการจิกเอา และถ้าสังเกตดีๆในรูปข้างล่างขอบนอกรอบตัวปุ่มจะเป็นรอยเล็บเลย ส่วนปุ่มอื่นๆที่เพิ่มเข้ามาและแตกต่างจากแท็บเล็ตตัวอื่นๆก็คือ ปุ่มเล่น-หยุด แต่ผมก็ไม่ได้ใช้เท่าไร (ดันลืมเทสไปด้วยเลย ถ้าใช้ดีๆก็คงมีประโยชน์ครับ)


เห็นรอยจิกรอบปุ่ม เปิด - ปิด ไหมครับ


ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องตื้นมากแทบจะไม่มีระดับให้กดเลย


อันนี้เป็นช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. จะอยู่มุมด้านบนขวาของตัวเครื่อง


ส่วนช่องเสียบก็มี micro HDMI, micro USB อันสุดท้ายไม่รู้เอาไว้ทำอะไรแต่ผมคาดว่าน่าจะเป็น Dock
เวลาชาร์จก็เสียบผ่านช่อง micro USB เอา


หน้าจอ

อย่างที่บอกถึงแม้จะไม่ใช่ IPS หรือ PLS แต่ก็ดีไม่แพ้กัน สีจะออกแนวๆธรรมชาติแบบ IPS มากกว่าแบบสดเหมือน PLS







สรุปภาคฮาร์ดแวร์

ด้านหน่วยประมวลผลถึงจะแปลกกว่าเจ้าอื่นๆแต่ก็ไม่รู้สึกถึงความช้าแต่อย่างใด กลับรู้สึกลื่นกว่าแท็บเล็ตฝั่ง Android เสียอีก ส่วนกล้องเสียดายที่ไม่มีออโต้โฟกัสและไม่มีไฟแฟลช GPS ก็ไม่ใช่ A-GPS ทำให้จับตำแหน่งเวลาอยู่ในอาคารค่อนข้างยาก แต่ด้านวัสดุตัวเครื่องและงานประกอบถือว่าดีมากในระดับเดียวกับ Motorola XOOM ส่วนราคาสูงไปนิด 16GB อยู่ที่ 16,900 บาทซึ่งผมว่ายังคงลดได้อีกเมื่อเทียบกับราคาในต่างประเทศแล้ว

คะแนนตามความคิดผู้รีวิว
  • รูปร่างการออกแบบ : 7 - อยู่ในเกณฑ์ปกติขนาด 7 นิ้วทำให้น้ำหนักเบา ถือง่าย เสียแต่ปุ่มเปิด-ปิดกดยากไปหน่อย
  • วัสดุและฮาร์ดแวร์ : 8 - งานประกอบและวัสดุที่ใช้จัดว่าดีเยี่ยม แต่ว่ากล้องน่าจะมีออโต้โฟกัส ส่วน GPS ก็จับตำแหน่งยากไปหน่อยถ้าอยู่ในอาคาร

ขอขอบคุณบริษัท Research In Motion และบริษัท SiS Distribution (Thailand) จำกัด สำหรับเครื่องที่ให้ยืมในการรีวิวครั้งนี้