ช่วงนี้เป็นวิกฤตอุทกภัยที่ถ่าโถมบ้านเราอย่างไม่หยุดหย่อน ถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากจะประสบ แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ยังก็ขอเอาใจช่วยทุกๆคนที่ประสบภัยอยู่ในขณะนี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยดีในเร็ววันครับ กลับมาประเด็นหลักวันนี้ทางเว็บ TabletD ได้แท็บเล็ตตัวล่าสุดที่กำลังจะเข้ามาขายในไทยนั่นก็คือ ASUS Eee Pad Slider มารีวิวให้ได้ชมกันซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการเปิดเผยราคาออกมาแล้ว โดยรุ่นความจุ 16GB WiFi นั้นจะมีราคาอยู่ที่ 17,900 บาท (รวม VAT แล้ว) คาดว่าน่าจะวางขายในไทยช่วงกลาง - สิ้นเดือนนี้ครับ

สิ่งที่น่าสนใจของแท็บเล็ตตัวนี้ก็คือมีคีย์บอร์ดแบบสไลด์ได้อยู่ในตัวเครื่องเลย ทำให้ลดจุดอ่อนด้านการพิมพ์ไปได้ แต่ก็แลกกับการที่มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย (ได้อย่างเสียอย่าง)  ส่วนซอฟท์แวร์การใช้งานเรื่องเอกสารงานพิมพ์ก็มีแอพพลิเคชั่น Polaris Office ที่สามารถจัดการ แก้ไข เพิ่มเติมไฟล์ Microsoft Office ต่างๆได้ บวกกับคีย์บอร์ดแบบสไลด์ได้ในตัวแล้วถือว่าสามารถใช้งานได้ดีระดับนึงเลยทีเดียว

สเปคเครื่อง
ASUS Eee Pad Slider มีสเปคเครื่องไม่แตกต่างจาก ASUS Eee Pad Transformer เท่าไรนัก ใช้หน่วยประมวล NVIDIA Tegra 2 ซีพียู dual-core ความเร็ว 1GHz และแรม 1GB เท่ากัน จะแตกต่างกันตรง Slider ไม่มีช่องเสียบ SD card, ช่องเสียบ USB มีช่องเดียวและแบตเตอรี่จะมีเพียงส่วนเดียวเท่านั้น Transformer จะมี 2 ส่วนทั้งบนตัวแท็บเล็ตและคีย์บอร์ด แต่เมื่อรวมร่างแล้ว Transformer จะมีน้ำหนักเยอะกว่า Slider

สำหรับหน้าจอของ Slider จะเป็นแบบ IPS Panel ทำให้ภาพคมชัดดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งถ้าเทียบกับยี่ห้ออื่นๆแล้ว Slider และ Transformer จะดูดีกว่า ส่วน iPad 2 ที่เป็น IPS Panel เหมือนกันแต่ด้วยความละเอียดหน้าจอที่น้อยกว่าทำให้ภาพของ Slider ดูคมกว่า ถือเป็นจุดเด่นของแท็บเล็ต ASUS เลยก็ว่าได้

ส่วนจุดขายอีกอย่างของแท็บเล็ต ASUS ที่พยายามสร้างความแตกต่างก็คือคีย์บอร์ด โดยตัว Slider นี้จะมีคีย์บอร์ดแบบสไลด์ได้ติดมากับตัวเครื่องเลยไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม รวมถึงสะดวกต่อการพกพาด้วย แต่อย่างไรก็ตามน้ำหนักและความหนาของตัวเครื่องก็จะสูงตามโดย Slider นี้จะมีน้ำหนักถึง 960 กรัมและตัวเครื่องหนา 17.3 มม.


รูปลักษณ์ สัมผัส ความรู้สึก


สัมผัสแรกบอกได้เลยครับว่าหนัก แต่ในความหนักก็มาพร้อมกับวัสดุที่ดีให้ความรู้สึกพรีเมื่ยมมากกว่าแท็บเล็ตตัวอื่นๆ ส่วนรูปลักษณ์ด้านหน้ามาแปลกตรงที่ด้านข้างจะไม่ตัดตรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแต่จะโค้งเล็กน้อยเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับตัวแท็บเล็ต ด้านหลังใช้วัสดุคล้ายกับ PlayBook มีความหนืดในตัวเล็กน้อยป้องกันการลื่นได้ระดับนึง



งานประกอบ
ทาง ASUS ทำออกมาได้ดีมากทุกชิ้นแนบสนิทไม่มีช่องว่าง ส่วนสไลด์ด้านหลังหลายคนอาจจะกังวลเรื่องความแข็งแรง แต่ไม่ต้องห่วงครับเนื่องจากด้านหลังจะมีแผ่นอลูมิเนียมหนาและโครงพลาสติกค้ำอยู่ เวลาสไลด์ก็ออกแรงดึงส่วนจอขึ้นมา (ไม่ต้องห่วงว่ามันจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆนะครับ เพราะเขาทำออกมาได้แข็งแรงดี)





ด้านหลังเวลาสไลด์ขึ้นมาแล้วจะมีแผ่นอลูมิเนียมค้ำอยู่


ถ้าดูด้านในแผ่นอลูมิเนียมหนาใช้ได้เลย แถมยังมีโครงพลาสติกช่วยค้ำอีกอัน
เวลารู้สึกเหมือนมีสปริงช่วยดันด้วยอีกแรง


ส่วนตัวล็อคหน้าจอจะมีตะขอเกี่ยวเอาไว้อยู่ทั้งสองด้าน
แต่ก็มีข้อเสียคือเราจะไม่สามารถปรับการทำมุมของหน้าจอได้
เพราะมันจะล็อกให้ทำมุมได้ขนาดนั้นขนาดเดียวเท่านั้น


ปุ่มกันลื่นสีดำๆ มีอยู่ 5 ตัวที่ด้านหลังตัวเครื่อง


ด้านหลังวัสดุเช่นเดียวกับ PlayBook มีความหนืดเล็กน้อย

ช่องเสียบและปุ่มต่างๆ
มีมาให้เกือบครบครับทั้ง microSD, HDMI, USB 1 ช่องและ Dock Connector จะขาดก็เพียงช่อง SD การ์ดเท่านั้น


ด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องเสียบ HDMI และ Dock Connector สำหรับชาร์จ


ด้านซ้ายมือจะมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ปรับ-ลดเสียง และปุ่มรีเซ็ทเครื่อง


ด้านซ้ายมือเช่นกันแต่เป็นเยื้องไปด้านบนจะมีช่องเสียบ microSD


ด้านขวามือจะมีช่องเสียบ USB และหูฟัง 3.5 มม.

หน้าจอ
อันนี้ต้องบอกว่า IPS Panel สุดยอดคมชัดเป็นธรรมชาติ ดูดีกว่าแท็บเล็ตตัวอื่นๆ รวมถึง iPad 2 เพราะ iPad 2 มีความละเอียดหน้าจอน้อยกว่าอยู่ที่ 1024 x 768 แต่ Slider จะอยู่ที่ 1280 x 800 ทำให้ภาพดูคมชัดว่า




มุมมองกว้าง ถ้าตามเอกสารเขาบอกว่า 178 องศา


สรุป
ด้านงานประกอบ ฮาร์ดแวร์ วัสดุ ถือว่าสอบผ่านจะติดก็ตรงน้ำหนักตัวเครื่องที่หนักและหนาไปหน่อย แต่ก็แลกกับการได้คีย์บอร์ดติดมากับตัวพร้อมช่องเสียบครบครันทั้ง HDMI, USB, microSD อีกจุดเด่นก็คือหน้าจอ IPS ให้ภาพและตัวหนังสือคมชัด

คะแนนตามความคิดผู้รีวิว
  • รูปร่างการออกแบบ : 6.5 - หนาและหนักเกินไปแต่การออกแบบในการสไลด์ทำได้ดีแข็งแรงมั่นคง
  • วัสดุและฮาร์ดแวร์ : 8 - งานประกอบและวัสดุดีเยี่ยม หน้าจอแจ่ม
มีต่อภาค 2 ครับ รออัพสักครู่

ขอขอบคุณบริษัท ASUS Thailand จำกัด สำหรับเครื่องที่ให้ยืมในการรีวิวครั้งนี้