ต่อภาคสองกับรีวิว ASUS Eee Pad Slider ภาคนี้จะให้ดูการใช้งานด้านซอฟท์แวร์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ แต่อาจจะไม่ได้ทั้งหมดนะครับเนื่องจากส่วนใหญ่จะไม่แตกต่างจาก ASUS Eee Pad Transformer เท่าไรนักต้องรบกวนย้อนกลับไปดูรีวิวในครั้งก่อนแทน

ในส่วนระบบปฏิบัติที่ติดมากับเครื่องจะเป็น Android 3.1 Honeycomb สามารถอัพเป็น 3.2 ได้ภายหลัง

หน้าตาการใช้งาน
เป็น Android Honeycomb ตามปกติแต่ครอบด้วย ASUS Waveshare UI หน้าตาการใช้งานก็จะเหมือนกับ ASUS Eee Pad Transformer เลย



Web Browser - เปิดเว็บ
สามารถเปิดเว็บที่เป็น Flash ได้ปกติ ส่วนเกม Flash บน Facebook สามารถเล่นได้แต่จะกระตุกไม่ลื่นเหมือนเล่นบนคอมพิวเตอร์ครับ



แผนที่
มี A-GPS ช่วยในการหาพิกัดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น



อีเมลล์
สามารถตั้งค่าได้หลายบัญชีเพื่อเช็คอีเมลล์หลายๆอันพร้อมกันได้



แอพ Polaris Office 
Eee Pad Slider จะมีแอพพลิเคชั่น Polaris Office ติดมากับตัวเครื่องเลย สามารถใช้เปิด แก้ไข สร้างไฟล์เอกสาร Word, Excel และ PowerPoint ได้ระดับนึง แต่พวกฟีเจอร์ต่างๆอาจจะไม่ดีเท่ากับใช้บนเครื่องคอม

สามารถพิมพ์ภาษาไทยจากคีย์บอร์ดเสมือนและคีย์บอร์ดสไลด์ได้ แต่ในส่วนคีย์บอร์ดสไลด์จะไม่มีสกรีนภาษาไทย มีแต่ภาษาอังกฤษเท่านั้น ใครพิมพ์สัมผัสคงไม่น่าจะมีปัญหาแต่ถ้าพิมพ์แบบจิ้มอาจจะลำบากนิดหน่อย ไม่งั้นก็ต้องหาสติ๊กเกอร์มาแปะแทน


Word


Excel ใช้งานลำบากนิดหน่อยครับ


PowerPoint


มีคีย์บอร์ดเสมือนภาษาไทยติดมาด้วย


MyLibrary - อีบุ๊ค
แอพสำหรับเปิดอ่านอีบุ๊ค




แอพ File Manager
สำหรับจัดการไฟล์สามารถ copy, paste, move, delete ไฟล์ทั้งในบนเครื่อง, การ์ด microSD และ Flash Drive



วีดีโอรีวิว



แอพ MyNet
เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับเปิดดูไฟล์จากเครื่องอื่นโดยที่ไม่ต้องก็อปมาลงเครื่องแต่อย่างใด สามารถเล่นแบบ Stream ได้ทันทีผ่านเครือข่าย WiFi ภายในบ้านทั้ง เพลง, รูปภาพและวีดีโอ

ขั้นตอนการใช้งาน


  • เริ่มต้นให้เปิดโปรแกรม Windows Media Player ขึ้นมา (ผมทดสอบบน Windows 7 นะครับ) ให้ทำการเพิ่มโฟลเดอร์ เพลง, วีดีโอ, ภาพ โดยคลิกที่เมนู Organize -> Manage libraries -> Music, Videos, Pictures ดังรูป

  • ทำการเพิ่มโฟลเดอร์ที่มีไฟล์ รูปภาพ, เพลงและวีดีโออยู่โดยการกดที่ปุ่ม Add แล้วทำการเลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการ

  • ทำการตั้งค่าในโปรแกรม Windows Media Player บนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สามารถทำการ Stream ได้ โดยการติ๊กเครื่องหมายถูกดังรูป

  • หลังจากนั้นเราก็ใช้ Eee Pad Slider เข้าแอพพลิเคชั่น MyNet ที่ด้านซ้ายก็จะมีเครื่องคอมของเราแสดงขึ้นมาดังรูปข้างบน ตอนนี้สามารถฟังเพลง, ดูรูป, ดูวีดีโอจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้แล้วครับ



แอพเครื่องเล่นดนตรี My Ukulele, My Guitar, My Piano, My Bass
เป็นแอพที่โหลดได้ฟรีครับ เครื่องไหนก็สามารถโหลดมาลงได้ มีทั้ง Ukulele, Guitar, Piano และ Bass




วีดีโอและภาพจากกล้องหน้าหลัง
กล้องหลัง


ภาพจากกล้องหลัง มีแสงอาทิตย์ส่อง


ภาพจากกล้องหลัง แสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ภายในห้อง


วีดีโอจากกล้องหลัง เสียงไม่ค่อยชัดเท่าไร

กล้องหน้า


ภาพจากกล้องหน้า มีแสงอาทิตย์ส่อง


ภาพจากกล้องหน้า แสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ภายในห้อง


วีดีโอจากกล้องหน้า


สรุป
ASUS Eee Pad Slider เป็นแท็บเล็ตอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการใช้งานด้านการพิมพ์เป็นหลัก เพราะมีคีย์บอร์ดแบบสไลด์ติดมากับตัวเครื่องเลย ถือเป็นจุดขายของทาง ASUS ซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบกับคู่แข่งก็คงจะมีแต่ ASUS Eee Pad Transformer เท่านั้นที่คล้ายๆกัน โดย Transformer จะมีดีตรงแยกร่างได้ ส่วน Slider ดีตรงที่รวมร่างแล้วน้ำหนักน้อยกว่า Transformer อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานหรือความต้องการของแต่ละคน ส่วนการใช้งานด้านเอกสารทาง ASUS ก็ได้ใส่แอพ Polaris Office เข้ามาด้วยสามารถใช้งานได้ระดับนึงแต่ฟีเจอร์ต่างๆยังไม่เท่ากับตอนที่เราใช้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ดูเหมือนจะพูดถึงแต่ด้านเอกสารจริงๆด้านเอนเตอร์เทนก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ด้วยหน้าจอ IPS ที่ให้ภาพคมชัด เวลาอ่านอีบุ๊ค ดูวีดีโอ เล่นเน็ต ให้ความรู้สึกดีกว่า โดยรวมผมคิดว่าใส่คีย์บอร์ดมาด้วยถือว่าตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ระดับนึง แต่ถ้าให้ดีอยากให้น้ำหนักเบาและตัวเครื่องบางกว่านี้อีกจะโอเคเลยทีเดียว เพราะน้ำหนักขนาดนี้มันก็ไม่ต่างจากเน็ตบุ๊คสักเท่าไรนัก เพียงแต่ว่ามันสัมผัสหน้าจอได้เท่านั้นเอง

คะแนนตามความคิดผู้รีวิว 7.3/10
  • รูปร่างการออกแบบ : 6.5 - หนาและหนักเกินไปแต่การออกแบบในการสไลด์ทำได้ดีแข็งแรงมั่นคง
  • วัสดุและฮาร์ดแวร์ : 8 - งานประกอบและวัสดุดีเยี่ยม หน้าจอแจ่ม
  • ฟีเจอร์เพิ่มเติมต่างๆ : 7 - มีคีย์บอรด์แบบสไลด์ในตัว พร้อมช่องเสียบ USB, HDMI, microSD
  • ซอฟท์แวร์ : 8 - มีแอพเพิ่มเติมทั้ง MyNet, MyCloud, MyLibrary, Polaris Office, File Manager พร้อมรองรับภาษาไทย ส่วนตัวระบบปฏิบัติการเป็น 3.1 ความลื่นยังสู้ iPad 2 ไม่ได้
  • ความคุ้มค่า : 7 - รุ่น WiFi 16GB ราคา 17,900 บาทถือว่าสูงกว่ายี่ห้ออื่นแต่ก็แลกกับการที่มีคีย์บอร์ดในตัวพร้อมกับช่องเสียบเกือบครบ
* หมายเหตุ คะแนนรวมสูงไม่ได้หมายความว่าแท็บเล็ตตัวนั้นจะดีกว่าคะแนนต่ำ เพราะบางตัวจะมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน บางอันเบา วัสดุดี ราคาถูก ช่องเสียบเยอะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมแนะนำให้ดูลักษณะการใช้งานของเราเป็นหลักว่าเราต้องการแบบไหน แล้วจึงค่อยเลือกแท็บเล็ตตัวที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด

ขอขอบคุณบริษัท ASUS Thailand จำกัด สำหรับเครื่องที่ให้ยืมในการรีวิวครั้งนี้