หลังจากที่ทาง ASUS ได้เปิดตัว Transformer Prime TF201 ในไทยไปเมื่อวานนี้ทางเว็บก็ได้เครื่องมารีวิวพร้อมกันเลยครับ ผมต้องขออนุญาตเอาภาพจากงานเมื่อวานที่ถ่ายกลางแจ้งมาผสมกับในร่ม เพื่อจะได้เห็นสภาพการใช้งานในรูปแบบแตกต่างกันนะครับ

สำหรับ Transformer Prime เป็นแท็บเล็ตรุ่นที่สองต่อจาก Transformer ตัวแรก ซึ่งทาง ASUS ก็ยังคงแนวคิดเดิมคือสามารถประกอบกับคีย์บอร์ด Dock ได้ ช่วยตอบโจทย์ในส่วนการใช้งานด้านการพิมพ์ที่แท็บเล็ตยี่ห้ออื่นๆไม่ค่อยเน้นเท่าไร ซึ่งก็ถือเป็นจุดขายที่ทาง ASUS ดึงมาโปรโมทในรุ่นนี้

สเปคเครื่อง
Transformer Prime ถือเป็นแท็บเล็ตตัวแรกที่ใช้ชิปประมวลผล NVIDIA Tegra 3 ซีพียู Quad-core ซึ่งจากการที่ได้ลองสัมผัสและใช้งานพบว่าลื่นไหลกว่า Tegra 2 พอสมควร ส่วนอื่นๆก็มีหลายอย่างที่มีการอัพเกรดและนำจุดด้อยในรุ่นแรกมาปรับให้ดีขึ้นทั้งความบาง เบา กล้องและหน้าจอ แต่อย่างไรก็ตามพบปัญหาในส่วนของ GPS ที่ค่อนข้างจะจับสัญญาณได้ยากเวลาอยู่ภายในอาคารแทน โดยล่าสุดทาง ASUS ก็ได้ออกแถลงว่ารุ่นนี้มีปัญหาเรื่อง GPS จริง ส่วนนึงก็เป็นเพราะการออกแบบตัวเครื่องที่ใช้วัสดุเป็นอลูมินัมแบบ unibody (ชิ้นเดียว) นั่นเอง และจากที่ผมทดสอบก็พบปัญหาเช่นเดียวกันครับคือจับสัญญาณไม่ได้เลย

เรื่องแบตเตอรี่ของ Transformer Prime มีดีตรงที่มีแบตทั้งคีย์บอร์ดและแท็บเล็ตเมื่อแท็บเล็ตแบตหมดสามารถเสียบ Dock เพื่อชาร์จให้กับแท็บเล็ตได้ สำหรับรุ่นที่วางขายในบ้านเราจะมีเฉพาะ WiFi ความจุ 32GB เท่านั้น ยังไม่มี 3G ครับและอาจจะไม่มีด้วย

ในส่วนความบางของตัวเครื่องมีการปรับลดลงเหลือ 8.3 มม. จากเดิม 12.9 มม. เช่นเดียวกับน้ำหนักที่ลดมาเหลือ 586 กรัมจากเดิม 680 กรัม และเมื่อรวมกับคีย์บอร์ด Dock จะมีน้ำหนัก 1.13 กิโลกรัม

พูดถึงเรื่องกล้องกันบ้างถ้าเอาเฉพาะสเปคจะดูดีมากเพราะมีกล้องถึง 8 ล้านพิกเซลบวกกับอีกสารพัดฟีเจอร์มากมายจนบรรทัดเดียวใส่ไม่หมด (ดูในสเปคข้างล่างได้ครับ) ซึ่งก็ยังไม่มีแท็บเล็ตตัวไหนในตอนนี้กล้าใส่มามากขนาดนี้มาก่อนถือว่าน่าสนใจครับ แต่........ทว่าพอใช้งานจริงผมกลับรู้สึกไม่แตกต่างจากเดิมเท่าไรนัก (อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ต้องลองด้วยตัวเองครับ)



รูปลักษณ์ สัมผัส ความรู้สึก
ในรุ่นนี้จะเปลี่ยนวัสดุเป็นโลหะหมดเกือบทั้งเครื่องเลยครับยกเว้นปุ่มพิมพ์คีย์บอร์ด น้ำหนักก็เบาขึ้นและเมื่อรวมร่างแล้วก็บางลง เบาขึ้นเช่นกันแต่ก็ยังถือว่าหนักอยู่ดีพอๆกับเน็ตบุ๊คเครื่องนึงได้ (ซึ่งเวลาใช้งานเราก็ต้องวางบนโต๊ะหรือบนตักอยู่แล้วครับ คงจะไม่มีปัญหาเท่าไร) ส่วนตัวแท็บเล็ตจะรู้สึกเบาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 


ด้านหลังแท็บเล็ตจะเป็นวงๆสะท้อนแสง



การออกแบบตัวแท็บเล็ตจะโค้งคล้ายๆกับ iPad 2 ไม่มีส่วนเหลี่ยมเหมือนรุ่นแรก ส่วนตัวคียบอร์ด Dock มีการออกแบบเครื่องให้ลาดลงเหมือนกับ ZENBOOK หรือ Macbook Air นั่นแหละครับ แต่จากการสัมผัสผมรู้สึกว่ามันแหลมไปหน่อยเวลาจับแต่ละทีกลัวจะบาดนิ้วเอา ซึ่งถ้าที่บ้านใครไม่มีมีดคงจะเอาไปหั่นผักแทนน่าจะได้เหมือนกันครับ (ผมล้อเล่นนะครับ)


ช่องเสียบ, ปุ่มต่างๆและคีย์บอร์ด Dock
TF201 รุ่นนี้มีการปรับเปลี่ยนช่อง HDMI เป็น Micro HDMI แทนส่วนช่องอื่นๆยังคงเหมือนเดิม โดยมีช่องเสียบ microSD ที่ตัวแท็บเล็ต ส่วนช่องเสียบ SD การ์ดกับ USB อยู่ที่ตัว Dock ครับที่ตัวแท็บเล็ตจะไม่มีช่องเสียบ USB เลย สำหรับปุ่มเปิดปิดเครื่องและปุ่มปรับลดเสียงมีตำแหน่งอยู่ทางซ้ายมือของเรา

สำหรับคีย์บอร์ด Dock ผมรู้สึกว่าปุ่มต่างๆจะนิ่มกว่ารุ่นแรก ตอนรุ่นแรกจะรู้สึกแข็งเกินไปพิมพ์ยาก แต่อันนี้ไม่เป็นอย่างนั้น


ด้านซ้ายมือของตัวแท็บเล็ตจะมีปุ่มปรับลดเสียง, ช่อง Micro HDMI, ช่องเสียบ microSD และไมโครโฟน


ด้านซ้ายของคียบอร์ด Dock จะมีช่องเสียบ Dock สำหรับเสียบที่ชาร์จ


ด้านขวาของ Dock จะมีช่องเสียบ SD การ์ดและ USB


คีย์บอร์ดภาษาไทยครับ


ตัวล็อคหน้าจอเหมือนกับรุ่นแรก

หน้าจอ
จากที่ผมเคยรีวิว Transformer รุ่นแรกไปแล้วพบว่าเวลาใช้งานนอกอาคารแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย แต่ในรุ่น TF201 นี้ก็ได้มีการเปลี่ยนไปใช้หน้าจอ Super IPS+ แทน ฟังดูน่าจะเจ๋งใช่ไหมครับมีทั้ง Super แล้ว + อีกอะไรจะขนาดนั้น แต่จริงๆแล้วก็แค่เพิ่มความสว่างเท่านั้นเองแหละครับ ผมพูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ ถ้าให้เปรียบเทียบจอของ Transformer Prime กับยี่ห้ออื่นแล้วบอกได้เลยว่าคมและชัดกว่าหลายๆยี่ห้อ ซึ่งถ้าให้เทียบกับสุดยอดจออย่าง Super AMOLED Plus แล้วถือว่าสูสีดีคนละแบบ Super AMOLED Plus จะให้สีที่สดส่วน Super IPS+ จะคมและเป็นธรรมชาติ


แบบในร่ม


มุมมองกว้างไม่รู้กี่องศา แต่มองมุมไหนก็เห็นชัด







แบบนอกอาคาร


แบบปรับแสงสุดดีกว่าเก่าตรงยังพอมองเห็นบ้าง




สรุป
ทาง ASUS ถือว่าทำการบ้านมาอย่างดีตรงที่พยายามปรับปรุงแก้ไขข้อด้อยที่พบในรุ่นแรกทั้งการปรับหน้าจอให้สว่างขึ้น ปรับตัวเครื่องให้บางลง เบาขึ้น ทำคีย์บอร์ดภาษาไทยมาพร้อมเลย และใช้ชิปประมวลผลตัวใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA Tegra 3 ซีพียู Quad-core ที่น่าจะเร็วที่สุดในตอนนี้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังพลาดในส่วนของ GPS อยู่ดี ซึ่งก็น่าเสียดายแต่โดยรวมแล้วก็ถือได้ว่าอัพเกรดจากรุ่นแรกมาพอสมควรบวกกับจุดขายเดิมที่มีคีย์บอร์ดแยกร่างได้ทำให้ Transformer Prime เป็นแท็บเล็ตที่มาแรงและน่าจับตามองในตลาดตอนนี้ (ถ้าราคาถูกกว่านี้จะดีมาก)

คะแนนตามความคิดผู้รีวิว
  • รูปร่างการออกแบบ : 8 - ผมไม่ค่อยชอบตรงแหลมๆเท่าไร แต่นอกนั้นก็ดูดี บางและก็เบาขึ้น
  • วัสดุและฮาร์ดแวร์ : 9 - วัสดุเป็นอลูมินัมแบบ unibody หน้าจอสว่างกว่าเดิม ชิป NVIDIA Tegra 3 แรงและเร็ว แต่เสียดายที่ GPS จับสัญญาณยาก

ขอขอบคุณบริษัท ASUS Thailand จำกัด สำหรับเครื่องที่ให้ยืมในการรีวิวครั้งนี้