มาถึงภาคซอฟท์แวร์กันบ้างสำหรับ ASUS Eee Pad Transformer Prime นี้จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 3.2 Honeycomb แต่สามารถอัพเป็น Android 4.0.3 Ice Cream Sandwich ได้เลยครับ สำหรับหน้าตาการใช้งานก็ไม่แตกต่างจาก 3.2 เท่าไรนัก แต่ความลื่นในการใช้งานก็ถือว่าดีกว่า Transformer รุ่นแรก ซึ่งก็เป็นผลมาจากชิปประมวลผล NVIDIA Tegra 3 นั่นเอง และจากชิปประมวลผลตัวใหม่ล่าสุดนี้ ที่มีซีพียูถึง Quad-core หรือ 4 คอร์นั้น หลายคนคงอยากรู้ว่าจะสามารถเล่นเกม Flash บน Facebook ได้หรือเปล่า อันนี้ผมมีผลทดสอบมาให้ดูด้วยครับติดตามชมกันได้เลย

แนะนำการใช้งาน
ถึงแม้จะเป็น Android 4.0.3 Ice Cream Sandwich แต่หน้าตาการใช้งานนั้นแทบไม่แตกต่างจาก Android 3.2 Honeycomb เลย จะมีก็เพียงเปลี่ยนสีในส่วนแจ้งเตือนด้านมุมขวาล่างและปรับเอาส่วนเพิ่ม widgets ให้อยู่ในหน้าแสดงแอปแทน (เอาปุ่ม + มุมขวาบนออกไป) อีกอย่างก็คือเราสามารถทำการจัดกลุ่มแอพหรือทำ Folder ได้แล้ว สำหรับความเร็วและลื่นในการใช้งานถือว่าเร็วกว่า Transformer รุ่นแรก การลากไอคอนไม่มีอาการหน่วงหรือกระตุกให้เห็น อีกอย่างที่เพิ่มเข้ามาตรงหน้าจอล็อคเครื่องเราสามารถเข้าแอพถ่ายรูปได้เลยโดยที่ไม่ต้องปลดล็อคเครื่องก่อน

Transformer Prime จะมี 2 ส่วนที่เราสามารถปรับการใช้งานเองได้ ประกอบไปด้วย
  • โหมด IPS+ สำหรับใช้งานภายนอกอาคารที่มีแสงแดดส่อง (หน้าจอจะเพิ่มความสว่างให้มากกว่าเดิม)
  • สามารถปรับการใช้งานได้ 3 โหมด
    • Power saving : เน้นประหยัดพลังงานเป็นหลัก
    • Balance : โหมดสมดุลแบ่งครึ่งการใช้พลังงานและประสิทธิภาพ
    • Performance : เน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก แน่นอนจะเปลืองแบตกว่าปกติ

ตรงไอคนด้านบนจะเห็นได้ว่าเราสามารถจัดกลุ่มเป็น folder ได้
ส่วน Widget ที่อยู่ตรงกลาง ที่มีเขียนคำว่า "One-click Clean" อันนี้สำหรับเคลียร์แอพที่เราเปิดค้างเอาไว้อยู่ ไม่ต้องลงแอพพวก Task Killer แล้ว


หน้าแสดงแอพทั้งหมดถ้าสังเกตด้านบนจะเห็น APPS และ WIDGETS หรือก็คือในเวอร์ชั่นนี้จะย้าย WIDGETS มารวมในหน้าเดียวกันเลย


Web Browser
การใช้งาน Web Browser แน่นอนก็ย่อมลื่นขึ้นกว่าเดิมเป็นธรรมดา ทั้งการซูมเข้าออกและการ Scroll แต่ผมก็มีข้อสังเกตอย่างนึงคือถ้าเว็บไหนมี Flash เยอะการซูมเข้าออกจะกระตุกอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเว็บก็ soccersuck.com เลยครับ (ใครอยากทดสอบ flash ต้องเว็บนี้)

มาถึงการทดสอบเกม Flash บน Facebook กันบ้างซึ่งผลออกมามีอาการกระตุกไม่แตกต่างจากแท็บเล็ตรุ่นก่อนหน้า ส่วนนึงผมคาดว่าน่าจะมาจากทาง Adobe Flash ที่ยังไม่ได้พัฒนา Flash ให้สามารถดึงประสิทธิภาพการใช้งานของชิปประมวลผล NVIDIA Tegra 3 ซีพียู Quad-core ได้อย่างเต็มที่ผลเลยออกมาไม่แตกต่างจากเดิม และข่าวร้ายล่าสุดก็คือทาง Adobe ได้ประกาศหยุดพัฒนา Flash Player สำหรับมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตไปแล้วด้วย คงจะไม่มีโอกาสได้เล่นเกม Flash บน Facebook อย่างแน่นอน นอกเสียจากทางผู้พัฒนาเกมจะแปลงให้อยู่ในรูปแบบ HTML5 หรือ Adobe Air ถึงจะสามารถเล่นได้ (แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไร)

ใน Web Browser มีอีกโหมดการแสดงผลที่น่าสนใจก็คือแบบเต็มจอ โดยเราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings -> Labs -> Quick controls ทำการติ๊กถูกซะ ก็จะแสดงหน้าเว็บแบบเต็มจอให้ 

สำหรับส่วนที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในเวอร์ชั่น 4.0 มีดังต่อไปนี้
  • Request desktop site : สามารถบังคับให้หน้าเว็บแสดงเหมือนกับเวลาที่เราเปิดบนเครื่องคอมพิวเตอร์
  • Save for offline reading : เซฟเว็บเก็บเอาไว้ดูทีหลังแบบไม่ต้องต่อเน็ต


สามารถปรับให้แสดงแบบเต็มจอไม่ต้องมีแถบบาร์ด้านบนได้
ส่วนการใช้งานเมนูต่างๆจะใช้การทัชที่ชอบจอด้านขวาซ้ายแทน ซึ่งก็จะมีเมนูขึ้นมาดังรูป


การใช้งาน GPS
หลายๆคนคงจะได้ยินข่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ว่า Transformer Prime นั้นมีปัญหาเรื่อง GPS ที่จับสัญญาณได้ยากเวลาอยู่ในอาคาร ซึ่งทางผมก็ได้มีโอกาสทดสอบการใช้งาน GPS โดยการเปิด WiFi ช่วยพร้อมกับทดสอบด้วยแอพ GPS Test ผลที่ได้ก็คือหาสัญญาณดาวเทียมไม่พบเลยสักดวง (บ้านผมเป็นตึกแถว 3 ชั้น) แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเปิดแอพแผนที่กลับสามารถระบุตำแหน่งได้ คาดว่าสัญญาณน่าจะมาแบบอ่อนๆ อันนี้ต้องทำใจครับว่าการใช้งาน GPS คงจะได้ไม่เต็มที่มากนัก


ทดสอบแอพแผนที่แบบเปิด WiFi ช่วยยังสามารถระบุตำแหน่งได้



แอพ Polaris Office สำหรับการใช้งานไฟล์ Microsoft Office
การใช้งานด้านเอกสารนั้น Transformer Prime ก็มีแอพ Polaris Office มาให้ด้วย ด้านการใช้งานสามารถใช้ได้ระดับนึงรายละเอียดทั้งหมดผมสรุปรวมมาให้ประมาณนี้
  • การสลับภาษาไทยเป็นอังกฤษทำได้ลำบาก ซึ่งจากที่ทราบมานั้นสามารถใช้การกดปุ่ม Ctrl + Shift ให้ขึ้นหน้าจอเลือกภาษาได้แต่ก็ยังไม่สะดวกเนื่องจากต้องมานั่งเลือกอีกที  ผมเลยลองค้นหาวิธีในเน็ตดูลองมั่วไปมากลับสามารถใช้ Ctrl + Space Bar สลับภาษาได้เลย แต่พอไปลองที่เครื่องอื่นดันไม่ได้ซะงั้น และผมก็คืนเครื่องไปแล้วเสียด้วยเลยไม่มีโอกาสได้ลองอีกที แต่ที่จำได้คร่าวๆต้องเอาคีย์บอร์ดออกให้เหลือแค่ 2 อันเท่านั้นครับ ไม่รู้พอจะช่วยได้ไหม
  • Excel ใช้งานยาก ปกติจะพิมพ์ในเซลล์ได้เลยแต่อันนี้ต้องทัชเลือกเซลล์แล้วค่อยไปพิมพ์ในช่อง fx แทน ส่วนฟังก์ชั่นหลักๆอย่าง Sum, Avg ก็มีมาให้แต่ถ้าระดับ advance อย่างมาโครจะใช้งานไม่ได้
  • PowerPoint ไม่สามารถใส่ลูกเล่นได้ครับอย่างเช่นการ fade ไปมาหรือ animation ต่างๆ ได้แต่สไลด์ภาพนิ่งๆ
  • ไม่มีเมนูสำหรับสั่งพิมพ์ต้องใช้แอพตัวอื่นพิมพ์แทน


Word


Excel


PowerPoint

แอพ SuperNote สำหรับจดโน๊ต
จริงๆ Transformer รุ่นแรกก็จะมีแอพตัวนี้ติดมาด้วยอยู่แล้ว แต่ผมเพิ่งจะได้ทดสอบและจากการใช้งานสามารถเขียนตัวหนังสือภาษาไทยได้ โดยเมื่อเราเขียนแล้วตัวแอพจะใช้การแสดงผลเป็นรูปแทนทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องฟอนท์แต่อย่างใด นอกจากนี้เรายังสามารถใส่ภาพหรือบันทึกเสียงและวีดีโอลงในโน๊ตได้ด้วย (น่าเสียดายที่ไม่มีปากกา)


ทดสอบภาษาไทย


อันนี้เป็นไฟล์ที่เขาลองเทสแล้วติดมากับตัวเครื่อง ซึ่งจะให้ดูว่าเขียนภาษาญี่ปุ่นหรือจีนก็ยังได้ (ผมเขียนไม่เป็นหรอกครับ อาศัยเอาของคนอื่นมา)



Gallery สำหรับเปิดภาพ ดูวีดีโอ 1080p และระบบเสียง ASUS SonicMaster
จากที่ได้ทดสอบไฟล์ 1080p อันเดิมที่เล่นแล้วกระตุกแต่ใน Transformer Prime นี้ไม่มีอาการให้เห็น เดิมในรุ่นก่อนๆนั้นจะสามารถเปิดวีดีโอความละเอียด 1080p ได้ต้องเป็นไฟล์ฟอร์แมต H.264 AVC แบบ Baseline Profile (BP) เท่านั้นไม่ใช่ High Profile และนามสกุลที่รองรับก็จะได้แค่ 3GPP (.3gp), MPEG-4 (.mp4), MPEG-TS (.ts, AAC audio only, not seekable, Android 3.0+) 

แต่ในการใช้งานจริงผมแนะนำว่าให้โหลดแอพ MX Video Player มาใช้แทนจะดีกว่าเพราะแอพตัวนี้รองรับ codec หลายแบบ (mkv ก็เปิดได้) แถมยังสามารถเปิดพร้อมไฟล์ซับอย่าง ssa, srt ได้อีกด้วย

สำหรับการเปิดดูภาพที่อยู่บนเครื่องนั้นทำได้ลื่นไหล ในความรู้สึกผมน่าจะใกล้เคียงกับ iPad 2 ได้เลย ส่วนระบบเสียงก็จะเป็น ASUS SonicMaster ที่ให้คุณภาพดีกว่าเดิม แต่น่าเสียดายที่ตัวเครื่องมีลำโพงเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น



MyCloud สำหรับเก็บข้อมูลไว้บนกลุ่มเมฆและสามารถรีโมทไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้
MyCloud เป็นแอพหนึ่งในชุดตระกูล My ที่ติดมากับตัวเครื่อง Transformer Prime โดยแอพตัวนี้จะแบ่งความสามารถย่อยเป็น 3 ส่วนได้แก่
  • My Content : สำหรับใช้เก็บข้อมูลไว้บนกลุ่มเมฆของทาง ASUS เรียกว่า ASUS Webstorage สามารถเก็บไฟล์ได้ถึง 8GB แต่เวลาใช้งานจะต้องต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น
  • My Desktop : สำหรับรีโมทไปควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยที่เครื่องคอมจะต้องลงโปรแกรมเอาไว้ด้วย
  • @Vibe : สำหรับซื้ออีบุ๊คหรือเพลง

My Content สำหรับฝากไฟล์ไว้บนกลุ่มเมฆทาง ASUS เรียกบริการนี้ว่า ASUS Webstorage
ใน Prime จะมีการเปลี่ยนสีใหม่ให้แตกต่างจาก Transformer รุ่นแรก


My Desktop สำหรับใช้รีโมทไปควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์

MyNet ใช้ฟังเพลง ดูหนังจากเครื่องคอมแบบ Stream ไม่ต้อง copy ลงเครื่อง
แอพ MyNet ลักษณะการใช้งานจะเหมือนกับ Clear.fi ของทาง Acer โดยเราจะสามารถเปิดเพลงหรือดูหนังที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ (เครือข่าย WiFi เดียวกัน) มาแสดงบนแท็บเล็ตได้แบบ Stream หรือเล่นทันทีไม่ต้อง copy ไฟล์มาลงเครื่องแต่อย่างใด

สำหรับการตั้งค่าใน Windows Media Player สามารถเข้าไปดูวิธีได้ที่รีวิว ASUS Eee Pad Slider โดย TabletD.com (2/2) เลยครับ


ดึงไฟล์เพลงหรือวีดีโอในเครื่องคอมมาเล่นได้


ไฟล์เพลงที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเปิดเล่นได้ทันทีผ่านเครือข่าย WiFi ภายในบ้าน

กล้อง
แอพกล้องบน Transformer Prime นั้นจะมีฟีเจอร์ถ่ายภาพแบบพาโนรามาติดมาด้วย ส่วนภาพที่ถ่ายจากกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซลนั้นลองดูได้จากข้างล่างนี้เลย 





ถ่ายช่วงเย็นๆภาพมืดไปหน่อย



ภาพแบบพาโนรามา


แบตเตอรี่
  • ทดสอบโดยเปิดวีดีโอความละเอียด 1080p เปิดเสียงสุด เปิด WiFi เปิด Bluetooth ใช้โหมด Balance 
  • นาน 53 นาทีแบตลดไป 13% เมื่อคิดเป็น 100% แล้วจะใช้งานได้ 6.8 ชม. เฉพาะแท็บเล็ตยังไม่รวม Dock
แอพอื่นๆ


แอพ App Backup สำหรับ backup เก็บแอพที่เราลงไว้ในเครื่องแล้วให้เป็นไฟล์เดียว
สามารถนำไปลงเครื่องอื่นได้แต่ต้องมีแอพตัวนี้ด้วย


แอพ File Manager เหมือนกับ Windows Explorer บนเครื่องคอม
ใช้สำหรับเปิดไฟล์ เพิ่ม folder, copy, move, paste ไปที่ SD การ์ดหรือ microSD การ์ดได้


แอพ Google+


แอพ Movie Studio สำหรับแก้ไขปรับแต่งวีดีโอ

สรุป
ASUS Eee Pad Transformer Prime เป็นแท็บเล็ตที่อัพเกรดขึ้นมาจาก Transformer รุ่นแรก มีการปรับตัวเครื่องให้บางและเบาตามเทรนด์ในปัจจุบัน ส่วนชิปประมวลผลก็ใช้ตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งจากที่ได้ทดสอบการใช้งานทั่วไปต้องยอมรับว่าเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในบางแอพ และการที่มีคีย์บอร์ด Dock ภาษาไทยติดมากับตัวเครื่องเลยก็ช่วยในการทำงานด้านเอกสารดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามยังตอบโจทย์ไม่ได้ทั้งหมดบางส่วนใช้แล้วอาจจะขัดใจเล็กน้อยไม่เหมือนกับที่เราใช้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ อันนี้ก็ต้องให้ทาง Polaris เขาพัฒนากันต่อไป

ปัญหานึงที่พบได้บ่อยก็คือเวลาเล่นเกมจะมีอาการเครื่องค้างต้องรีสตาร์ทใหม่แต่การใช้งานทั่วไปยังไม่พบเท่าไรนัก ส่วนอีกปัญหาก็คือ GPS ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่เชิงว่าจะเป็นปัญหาเพียงแต่ว่ามันไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่นัก อันนี้ใครซื้อไปใช้ก็ต้องทำใจครับ พูดถึงราคากันบ้างที่วางขายในไทยจะอยู่ที่ 20,900 บาท ถ้าเทียบกับรุ่นแรกแล้วจะแพงกว่าถึง 5,000 บาท ผมมองว่ามันยังสูงเกินไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้มา สรุปโดยรวมแล้วถ้าใครอยากสัมผัสแท็บเล็ตที่มีความเร็วและแรงที่สุด ณ ตอนนี้ต้องบอกว่า Transformer Prime เท่านั้นครับ

คะแนนตามความคิดผู้รีวิว เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 7.6/10
  • รูปร่างการออกแบบ : 8 - ผมไม่ค่อยชอบตรงแหลมๆเท่าไร แต่นอกนั้นก็ดูดี บางและก็เบาขึ้น
  • วัสดุและฮาร์ดแวร์ : 9 - วัสดุเป็นอลูมินัมแบบ unibody หน้าจอสว่างกว่าเดิม ชิป NVIDIA Tegra 3 แรงและเร็ว แต่เสียดายที่ GPS จับสัญญาณยาก
  • ฟีเจอร์เพิ่มเติมต่างๆ : 8 - มีช่องเสียบครบทั้ง USB, Micro HDMI, SD การ์ด (ตัว Dock) และ microSD (แท็บเล็ต) แถมยังมี Dock คีย์บอร์ดช่วยเพิ่มระยะเวลาการใช้งานและสะดวกในการพิมพ์อีก
  • ซอฟท์แวร์ : 7 - สามารถปรับโหมดให้ทำงานแตกต่างกันได้ แต่อย่างไรก็ตามพบปัญหาอาการค้างในการเล่นเกมบางครั้งจนต้องรีสตาร์ทเครื่องใหม่
  • ความคุ้มค่า : 6 - ผมมองว่าราคายังสูงไปนิด แต่ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่ามีแต่รุ่นความจุ 32GB ด้วยล่ะมั้ง (20,900 บาท รุ่น WiFi 32GB  แท็บเล็ต + Dock) 

ขอขอบคุณบริษัท ASUS Thailand จำกัด สำหรับเครื่องที่ให้ยืมในการรีวิวครั้งนี้