สวัสดีครับ วันนี้จะมาแปลรีวิว Motorola XOOM จากเว็บต่างประเทศชื่อดังอย่าง Engadget ให้ได้อ่านกัน สำหรับ Motorola XOOM นั้นในต่างประเทศก็ได้วางขายกันไปแล้วเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมาส่วนในบ้านเรานั้นทาง SiS บอกว่าจะนำเข้ามาขายช่วงเดือนเมษายนนี้


ฮาร์ดแวร์
  • รูปร่างหน้าตาต่างๆของ Motorola XOOM ดูแล้วเหมือนกับ iPad เวอร์ชั่นตัวเครื่องยาว นั่นก็เพราะมุมขอบตัวเครื่องที่มีลักษณะโค้งมนและด้านหลังที่เป็นโลหะเหมือนกัน
  • ฝาหลังจะเคลือบด้วยสีดำแบบด้านช่วยป้องกันการลื่นไหล
  • ตัวเครื่องยาว 9.8 นิ้ว กว้าง 6.6 นิ้วและหนาครึ่งนิ้ว ถือว่าไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ถ้าใช้งานในโหมดแนวตั้งจะลำบากนิดหน่อย
  • น้ำหนัก 730 กรัมเท่ากับ iPad ถือว่าหนักพอสมควร ถ้าถือนานๆกล้ามอาจจะขึ้นได้
  • การใช้งานออกแบบให้ใช้ในโหมดแนวนอนมากกว่าแนวตั้งเพราะกล้องหน้าจะอยู่ตรงกลางระหว่างโลโก้ Motorola และ Verizon
  • มุมซ้ายบนจะมีปุ่มเพิ่มลดเสียงแต่กดค่อนข้างลำบากอาจจะเป็นเพราะปุ่มตื้นเกินไป
  • ด้านบนจะมีช่องใส่ SIM LTE 4G สำหรับอัพเกรดในอนาคตและช่องเสียบ microSD
  • ด้านล่างจะมีช่องเสียบ Micro USB, mini HDMI และ Dock sensors
  • ด้านหลังจะมีปุ่มเปิดปิดเครื่อง, ลำโพงสเตอริโอ, ไฟแฟลช 2 ดวงและกล้องหลัง
  • ปุ่มเปิดปิดเครื่องอยู่ด้านหลังซึ่งอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยเท่านักบวกกับมีลักษณะเป็นปุ่มวงกลมเล็กและตื้นเกินไปเช่นเดียวกับปุ่มเพิ่มลดเสียงทำให้กดค่อนข้างลำบากเหมือนกัน
ด้านหลังเป็นสีดำแบบด้านดูดติดมือป้องกันการลื่นไหล

ด้านขวาเป็นช่องสำหรับใส่ SIM 4G และ microSD (ยังไม่สามารถใช้งานได้)

ปุ่มปรับเสียงตื้นไปนิดทำให้กดลำบาก

จากขวาไปซ้าย ปุ่มเปิดปิดเครื่อง (เป็นวงกลมตื้นเกินไปกดยาก), ลำโพง, ไฟแฟลช 2 ดวงและกล้องหลัง

การใช้งานในแนวตั้ง ถ้าสังเกตจากนิ้วมือจะรู้สึกว่ามีน้ำหนักอยู่เหมือนกัน แต่นั้นก็เป็นน้ำหนักที่เท่ากับทาง iPad

ภายใน
สเปคเครื่องใช้ชิพ NVIDIA Tegra 2 dual-core 1GHz, RAM ขนาด 1GB, ความจุ 32GB, WiFi, Bluetooth 2.1+EDR, Verizon EV-DO Rev., GPS, เซ็นเซอร์ ambient light, accelerometer, สามารถอัพเป็น 4G บนเครือข่าย Verizon LTE ได้ในภายหลัง
  • ประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ทำได้ค่อนข้างรวดเร็ว
  • แต่จะรู้สึกหน่วงเล็กน้อยเมื่อทำการโอนไฟล์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปที่ Motorola XOOM หรืออีกกรณีนึงก็คือการสลับระหว่างแอปพริเคชั่นอย่างรวดเร็ว
  • ส่วนการเปิด web browser และเกมส์ทำได้ลื่นไหล
  • การตอบสนองต่อการสัมผัสดีเท่ากับ iPad
  • ตัวที่นำมารีวิวนั้นจะรองรับเครือข่าย Verizon EV-DO ซึ่งจะสามารถอัพเกรดเป็น Verizon LTE 4G ได้ในอนาคต
  • แต่มีอยู่จุดนึงที่ค่อนข้างแปลกก็คือช่องเสียบ microSD ที่ยังไม่สามารถใช้งานได้คาดว่าอาจจะต้องรอทาง Google อัพเดทซอฟท์แวร์เสียก่อน แต่นั้นก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดเพราะว่าตัว Motorola XOOM ก็สามารถเก็บข้อมูลภายในตัวเครื่องได้ถึง 32GB อยู่แล้ว
หน้าจอ 


  • มีขนาดใหญ่ 10.1 นิ้วซึ่งใหญ่กว่า iPad ที่มีขนาด 9.7 นิ้ว
  • ความละเอียดในการแสดงผลอยู่ที่ 1280 x 800 ซึ่งสูงกว่า iPad ที่แสดงได้ 1024 x 768 เท่านั้น
  • อัตราส่วนในการแสดงผล XOOM คือ 16:10 แต่ของ iPad จะอยู่ที่ 4:3
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงทำให้การแสดงผลต่างๆค่อนข้างดีและคมชัดไม่ว่าจะเป็นเกมส์, วีดีโอหรืออ่านอีบุ๊ค
  • เมื่อเวลาปรับแสงแบบออโต้แล้วรู้สึกหน้าจอจะมืดเกินไปทำให้ต้องปรับแสงเป็นแบบไม่ออโต้แทน (หวังว่าการอัพเดทซอฟท์แวร์ครั้งต่อไปจะมีการปรับปรุงในจุดนี้)
เสียง
  • ในกรณีที่ปรับเสียงดังเสียงเอ็ฟเฟกซ์ต่างๆจะรู้สึกเหมือนเสียงแตกอย่างเช่น เสียงเตือนเมื่อเวลามีอีเมลล์เข้ามา บ่อยครั้งที่จะต้องปรับเสียงให้ลดลงเพราะกลัวลำโพงจะพังเสียก่อน แต่ถ้าปรับเสียงระดับปานกลางก็ไม่มีปัญหาใดๆ
ระยะเวลาการใช้งาน
  • ทดสอบโดยการเปิดวีดีโอวนลูปและปรับแสงอยู่ที่ 65% สามารถใช้งานได้ 8:20 ชม. แต่ทาง Motorola โฆษณาไว้ว่าเล่นวีดีโอได้ 10 ชม. ซึ่งถ้าทำการปรับแสงให้น้อยลงและเปลี่ยนโหมดเป็น airplane ก็มีความเป็นได้ที่ใช้งานได้ถึง 10 ชม. 
  • จากตารางถ้าเทียบกับ iPad แล้วก็ยังถือว่าใช้งานได้น้อยกว่าประมาณ 1 ชม.
Battery Life
Motorola Xoom8:20
Dell Streak 73:26
Archos 1017:20
Samsung Galaxy Tab6:09
Apple iPad9:33

กล้อง
  • กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซลมีออโต้โฟกัสพร้อมกับไฟแฟลช 2 ดวง
  • การถ่ายภาพจากกล้องหลังทำได้ค่อนข้างลำบากเนื่องจากขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่และหนัก
  • อีกปัญหานึงก็คือแสงสะท้อนบนหน้าจอเมื่อเวลาถ่ายภาพกลางแดดทำให้มองไม่เห็นภาพและปุ่มที่จะใช้สำหรับถ่าย
  • คุณภาพของภาพที่ได้จากกล้องหลังจัดว่าดี 
  • หน้าจอการใช้งานของแอปพริเคชั่นสำหรับถ่ายภาพใน Honeycomb มองดูดีและน่าใช้กว่าเมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนๆ
  • วีดีโอสามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 720p
  • การถ่ายวีดีโอพบปัญหาในบางครั้งมีอาการกระตุกหรือหยุดการทำงานไปเฉยๆซะงั้น
ซอฟท์แวร์

ด้านบนเป็น Action Bar ที่มุมขวาบนมีปุ่ม "Apps" สำหรับแสดงแอปพริเคชั่นทั้งหมด และมีเฉพาะที่หน้า Home เท่านั้น
ส่วนด้านล่างเป็น Status Bar มีปุ่มย้อนกลับ, กลับหน้า home และแสดงแอป multitasking 
และด้านมุมขวาล่างจะเป็นส่วนแสดงเวลา, แบตเตอรี่, สัญญาณ และ notifications ต่างๆ

  • เป็นการปรับเปลี่ยนหน้าตาการใช้งานใหม่หมดจากเดิมที่เป็นระบบปฏิบัติการบนมือถือให้เหมาะสมกับการใช้งานบนแท็บเล็ตและนอกจากนี้ยังให้ความรู้สึกเหมือนกับใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มากกว่ามือถืออีกด้วย
  • สิ่งที่แตกต่างจากระบบปฏิบัติการมือถือก็คือจะมี status bar อยู่ข้างล่างและจะไม่มีปุ่มสำหรับกดอยู่ที่ตัวเครื่องแต่จะอยู่ภายในซอฟท์แวร์หรือระบบปฏิบัติการแทน
ปุ่มด้านซ้ายล่างจะมีปุ่ม ย้อนกลับ, กลับหน้า home และปุ่มสำหรับแสดงแอป multitasking จากรูปข้างบนแสดงหน้าจอเวลาแตะที่ปุ่มแสดงแอปฯ multitasking


    • ฝั่งซ้ายของ status bar จะมีปุ่ม
      1. ย้อนกลับ สามารถใช้เป็นปุ่มซ่อนคีย์บอร์ดแทนได้เมื่อเวลาที่คีย์บอร์ดเสมือนแสดงขึ้นมา
      2. กลับหน้า home
      3. Multitasking 
    • ฝั่งขวาจะเป็นส่วนสำหรับแสดงแบตเตอรี่ที่เหลือ, นาฬิกา, สัญญาณ 3G, Bluetooth และส่วน notifications ต่างๆจะแสดงเป็น pop-up ขึ้นมาชั่วคราวแล้วจะค่อยๆหายไป ตัวอย่างเช่น มีคนทักใน gtalk, อีเมลล์ฉบับใหม่ถูกส่งมาหรือมีข้อความ Twitter อันใหม่ เป็นต้น ซึ่งดูๆไปจะคล้ายกับระบบปฏิบัติการ Windows 
      • ส่วน notifications เมื่อมีการแจ้งเตือนเข้ามาก็จะมีไอค่อนเล็กๆแสดงที่ status bar พร้อมกับหน้าจอ pop-up ทางขวาล่าง หลังจากนั้นถ้าทำการแตะที่ด้านขวาล่างของ status bar จะมีหน้าจอแสดงเวลาและแบตเตอรี่พร้อมกับ notifications ต่างๆที่เคยได้แจ้งเตือนไปแล้วสามารถทำการลบออกจากแถบบาร์ข้างล่างได้แต่จะไม่มีปุ่มสำหรับลบออกทั้งหมด นอกจากนี้จะยังสามารถปรับโหมดเป็น Airplane, WiFi, ล็อกหน้าจอไม่ให้หมุนตาม, ปรับแสง, เปิดปิดการแจ้งเตือนและตั้งค่าต่างๆ
  • อีกสิ่งที่แตกต่างก็คือจะมี action bar อยู่ด้านบนซึ่งจะแสดงปุ่มแตกต่างกันไปตามแต่ละแอปพริเคชั่นตัวอย่างเช่น หน้า Home จะแสดง Google Search และปุ่มสำหรับเข้าหน้าจอแสดงแอปพริเคชั่นทั้งหมด ส่วนในแอปฯอีเมลล์จะแสดง ปุ่มสร้างอีเมลล์ฉบับใหม่, ปุ่ม refresh และตั้งค่าต่างๆ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับทางนักพัฒนาแอปฯว่าจะวางปุ่มอะไรไว้ที่ action bar บ้าง
  • มีคอมเม้นท์จาก Engadget ว่าในกรณีที่เราเข้าแอปฯอื่นอยู่ซึ่งจะไม่เห็นปุ่มแสดงแอปฯทั้งหมด การจะเข้าหน้านั้นได้เราจะต้องทำการแตะที่ปุ่มกลับหน้า Home ก่อนแล้วถึงจะเห็นปุ่มแสดงแอปฯทั้งหมดซึ่งเป็นการแตะถึง 2 ครั้ง ในความเป็นจริงน่าจะเพิ่มปุ่มแสดงแอปฯทั้งหมดไปไว้ที่ status bar ข้างล่างแทนจะดีกว่า
  • นอกจากนี้ยังมีเรื่องปุ่มบน action bar ที่อยู่มุมขวาบนแต่ว่าปุ่มสำหรับย้อนกลับดันอยู่มุมซ้ายล่างทำให้การใช้งานอาจจะสับสนเล็กน้อยเพราะปุ่มไม่ได้อยู่ใกล้กัน 
  • บ่อยครั้งที่มีหน้าจอบังคับให้ปิดโปรแกรมอัติโนมัติ ซึ่งดูเหมือนตัวซอฟท์แวร์จะยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไรนัก
Browser


  • หน้าตาเหมือนกับ Google Chrome เวอร์ชั่นเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่มีผิดสามารถเปิดเป็นแท็บได้ 
  • หน้าเว็บเพจต่างๆสามารถแสดงผลได้รวดเร็ว
  • ยังไม่รองรับ Flash (รออีกประมาณไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าทาง Adobe จะปล่อย Flash Player 10.2 สำหรับ Tablets ออกมาให้โหลด)
  • พบว่าในหลายๆเว็บยังแสดงเป็นโหมดมือถืออยู่ ซึ่งจริงๆแล้วไม่น่าจะเป็นแบบนั้นควรจะแสดงแบบโหมดเหมือนเวลาดูจากเครื่องคอมพิวเตอร์มากกว่า
Gmail


  • Gmail บน Honeycomb นั้นจะมีการออกแบบหน้าตาใหม่หมด
Music



  • เปลี่ยนหน้าตาการใช้งานใหม่แสดงอัลบั้มเป็นแบบ 3D ส่วนเพลงที่อยู่ในอัลบั้มจะแสดงเป็นแบบ 2D
  • มีการดึงอัลบั้มรูปของ Engadget ที่เป็นโลโก้ podcast ผิดโดยที่พื้นหลังดันเอาปกอื่นมาใส่แทน
Youtube


  • เช่นเดียวกับแอปพริเคชั่น Music มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาใหม่ให้ความรู้สึกเหมือนกับ 3D
  • สามารถดูได้แม้ว่าจะยังไม่มี Flash
Google Talk


  • สามารถคุยแบบเห็นหน้า โดยใช้ account ของ Google ในการล็อกอิน
  • วีดีโอที่แสดงหน้าเพื่อนเราดูไม่ค่อยละเอียดเท่าที่ควรถึงแม้ว่าจะใช้งานผ่าน WiFi ก็ตาม
Movie Studio


  • พบปัญหาแอปพริเคชั่นปิดตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ขณะทำการ redraw หรือทดสอบเล่นวีดีโอ ซึ่งดูแล้วเหมือนจะยังไม่ค่อยสมบูรณ์สักเท่าไรอาจจะต้องรออัพจากทาง Google อีกครั้ง
แอปพริเคชั่นอื่นๆ

แอป Google Books

Android Market พบปัญหาเปิดแล้วไม่ขึ้นในบางครั้งขึ้นหน้าจอบังคับปิดอัติโนมัติแทน

  • ยังมีแอปพริเคชั่นสำหรับ Honeycomb ไม่มากนัก
ราคา
  • แบบไม่ติดสัญญาอยู่ที่ $800 สำหรับรุ่น 3G, 32GB ซึ่งถ้าเทียบกับ iPad แล้วจะแพงกว่า $71 ส่วนรุ่น WiFi 32GB มีข่าวว่าจะขายราคาเท่ากับของ iPad แต่ยังไม่มีกำหนดการวางจำหน่าย
สรุป
  • การทำงานโดยรวมต่างๆค่อนข้างเร็วและลื่นไหล อาจจะเป็นเพราะฮาร์ดแวร์ที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว
  • แต่จะพบปัญหาด้านซอฟท์แวร์หรือตัวระบบปฏิบัติการ Android มากกว่า มีบ่อยครั้งที่แอปพริเคชั่นทำการปิดตัวเองอัติโนมัติซึ่งดูแล้วเหมือนจะยังไม่ค่อยสมบูรณ์สักเท่าไรนัก คงต้องรอการปรับปรุงหรือแก้ไขกันต่อไป
  • ยังไม่ค่อยมีแอปพริเคชั่นสำหรับ Honeycomb
  • คะแนนที่ทาง Engadget ให้คือ 7/10
    • ข้อดี - Android 3.0 , การทำงานโดยรวมเรียกได้ว่าอยู่ในระดับ "Super Fast" เลยทีเดียว, กล้องหน้าและหลังถ่ายภาพออกมาได้ดีมากเรียกได้ว่าอยู่ในระดับ "Super Capable"
    • ข้อเสีย - ระบบปฏิบัติการมีปัญหาพบหน้าจอบังคับปิดอัติโนมัติอยู่บ่อยครั้ง, แอปพริเคชั่นที่น้อย, ตำแหน่งของปุ่มบน action bar กับปุ่ม status bar ที่อยู่กันคนละมุมห่างไกลเกินไป
แถมท้ายวีดีโอรีวิวจากเว็บต่างประเทศ

วีดีโอจากเว็บ Engadget สามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.engadget.com/2011/02/23/motorola-xoom-review/



วีดีโอจาก http://www.crunchgear.com/2011/02/23/review-motorola-xoom-the-android-tablet-redefined/

วีดีโอจากเว็บ http://www.slashgear.com/motorola-xoom-review-23135670/