Intel

[PR] Intel แนะนำวิธีเลือกซื้อแท็บเล็ตอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพที่เหมาะสม
วันที่: 13 ส.ค. 57 - 12:59  ผู้ชม : 16391 ครั้ง
[PR] Intel แนะนำวิธีเลือกซื้อแท็บเล็ตอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพที่เหมาะสม

ชิปประมวลที่ใช้ในแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนมีหลายรุ่นหลายยี่ห้อ บางรุ่นใช้ซีพียู 2 คอร์ (Dual-core), 4 คอร์ (Quad-core) หรือ 8 คอร์ (Octa-core) แตกต่างกัน ส่วนใหญ่ผู้ซื้อเครื่องจะมองว่ายิ่งมีจำนวนคอร์มาก ยิ่งดี อย่างไรก็ตามอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป เนื่องจากล่าสุดทาง Intel มีบทความมาแนะนำและอธิบายเกี่ยวกับชิปประมวลผลที่ใช้กันในแท็บเล็ต ณ ปัจจุบันขณะนี้ว่า

“จำนวน” คอร์ ไม่ได้สำคัญเท่า “คุณภาพ” ของแต่ละคอร์

ข่าวประชาสัมพันธ์
เลือกซื้อแท็บเล็ตอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพที่เหมาะสม

หนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญมากในการเลือกแท็บเล็ตคงจะหนีไม่พ้นประสิทธิภาพ เพราะไม่ว่าคุณจะใช้งานเพื่อท่องอินเตอร์เน็ต ดูคลิปวิดีโอ เล่นเกมส์ หรือใช้ติดต่อกับเพื่อนบนโลกออนไลน์ ประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การใช้งานราบรื่นไม่สะดุด หลายคนมักคิดว่าตัวเลขสูงๆ จะนำมาซึ่งประสิทธิภาพที่สูงกว่าอยู่เสมอ แต่บางครั้งตัวเลขเพียงอย่างเดียวนั้น อาจจะไม่ได้สะท้อนประสิทธิภาพที่แท้จริงก็ได้  ตัวอย่างเช่นเรื่องของ คอร์ (core) บนชิปประมวลผล บางครั้งชิปที่มีจำนวนคอร์น้อยกว่าอาจจะใช้พลังงานได้ประหยัดกว่าและมีประสิทธิเหนือกว่าชิปที่มีคอร์มากกว่าก็ได้ เพราะว่า “จำนวน” คอร์ ไม่ได้สำคัญเท่า “คุณภาพ” ของแต่ละคอร์ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือเมื่อมีคอร์มากขึ้น ชิปประมวลผลจะต้องหาวิธีให้คอร์แต่ละคอร์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ความเชื่อที่ว่าชิปที่มีจำนวนคอร์มากกว่า มักจะมีประสิทธิภาพสูงกว่านั้นไม่จริงเสมอไป เพราะว่าคอร์แต่ละคอร์ไม่ได้มีความสามารถเท่ากัน

เปรียบเทียบกันแค่จำนวนคอร์ในแท็บเล็ต อาจจะไม่ได้บอกถึงประสิทธิภาพทั้งหมด
คอร์ มีหน้าที่ประมวลคำสั่งที่ได้รับมาจากผู้ใช้งานเปรียบเหมือนกับเครื่องคิดเลข แต่ว่าต่อให้มีเครื่องคิดเลขหลายเครื่องเพื่อการคำนวนเลขง่ายๆ ย่อมไม่มีประโยชน์ ดังนั้น ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนคอร์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าชิปนั้นๆ ได้ถูกออกแบบมาให้ทุกคอร์ทำหน้าที่เสริมกันได้อย่างดีหรือไม่ นอกจากนั้นคอร์นั้นจะมอบประสิทธิภาพสูงสุด ก็ต่อเมื่อนำไปใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อสามารถกระจายคำสั่งให้ตัวคอร์ทั้งหมดทำงานร่วมกันได้อย่างดี

ถ้าชอบเล่นเกมส์บนแท็บเล็ต จำเป็นต้องเน้นคอร์สูงๆหรือไม่
การเล่นเกมส์หรือการใช้งานที่เน้นกราฟฟิกเยอะบนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีอาจจะต้องการคอร์ที่มากขึ้น อย่างไรก็ตามเกมส์บนแท็บเล็ตที่เป็นที่นิยมในท้องตลาดปัจจุบัน ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำงานบนชิปประมวลผลแบบ 2 คอร์ และ 4 คอร์เท่านั้น ดังนั้นไม่มีความจำเป็นใดๆที่ผู้ใช้งานจะต้องไปเลือกชิปที่มีคอร์มากที่สุดมาเพื่อใช้งาน เช่น หลายคนหันไปซื้อชิปที่มีคอร์มากถึง 8 คอร์ แต่หากเกมส์หรือโปรแกรมที่จะใช้งานนั้น ไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานแบบ 8 คอร์ได้ มันก็จะใช้เพียงแค่ 2 หรือ 4 คอร์จากที่มีทั้งหมดเท่านั้น

“การออกแบบชิปของอินเทล เราจะใส่คอร์เพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานจริงๆเท่านั้น นอกจากนั้น เรายังทุ่มเทเวลาในการพัฒนาเพื่อให้แน่ใจได้ว่าทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อประสิทธิภาพที่สูงสุดและคุ้มค่านั่นเอง” คริสโตเฟอร์ เคลลี่ หัวหน้าอินเทล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ ประเทศมาเลเชียกล่าว “สมมติว่าคุณจะเล่นเกม Candy Crush* หรือ Modern Combat 4* คุณไม่จำเป็นต้องใช้คอร์สูงๆเลย เพราะว่าเพียง 2 คอร์ก็สามารถทำให้การใช้งานรื่นไหลได้แล้ว ต่อให้เครื่องของคุณมี 8 คอร์ ก็ไม่ได้หมายความว่าการประมวลผลของเกมส์นั้นจะเร็วขึ้น”  


คอร์ ไม่ได้ถูกสร้างมาเหมือนกันทุกอันเสียทีเดียว
ชิปประมวลผลของอินเทลนั้น ถูกผลิตขึ้นมาบนพื้นฐานสถาปัตยกรรมแบบ 64 บิท ต่างจากชิปทั่วไปที่เป็นแบบ 32 บิท นั่นหมายความว่าชิปแบบ 64 บิท จะประมวลผลได้เร็วกว่า และถ้านับในเวลาที่เท่ากันก็สามารถประมวลผลข้อมูลได้จำนวนมากกว่า เปรียบได้เหมือนเวลาไปเข้าคิวซื้อตั๋วหนัง การมีช่องให้บริการ 64 ช่อง ก็จะสามารถให้บริการลูกค้าได้เร็วกว่าการที่มีเพียง 32 ช่องเท่านั้น

อินเทลได้ทำการทดลอง อินเทล® อะตอม™ Z3480 โดยทดลองในโหมด 64 บิท กับ 32 บิท บนแอพพลิเคชั่นเดียวกัน  พบว่าโหมด 64 บิทนั้นทำงานดีกว่า โดยการบีบอัดข้อมูลมีความเร็วกว่าถึงร้อยละ 33 และการเล่นเกมหมากรุก คอมพิวเตอร์สามารถประมวลเลือกตัวหมากออกมาแข่งได้เร็วกว่าถึงร้อยละ 34 พูดง่ายๆคือว่าการใช้ชิปที่มีเทคโนโลยี 64 บิท จะมอบประสิทธิภาพที่สูงกว่าให้กับเครื่องของคุณได้

เลือกสมรรถนะที่ใช้งานได้อย่างแท้จริง เพื่อความคุ้มค่า
หากเราจะเปรียบเทียบนวัตกรรมของชิปในแท็บเล็ตกับเครื่องบิน ตัวคอร์ก็เหมือนการพัฒนาจากใบพัดเครื่องบินมาเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบ เมื่อก่อนเราจำเป็นต้องมีใบพัดหลายใบเพื่อทำให้เครื่องบินมีสมรรถนะสูงขึ้น แต่ปัจจุบันเรามีเครื่องยนต์เทอร์โบแล้ว จึงเห็นว่าทั้งแอร์บัส A330* และโบอิ้ง 787* ใช้เครื่องยนต์เพียงแค่ 2 ตัว เพราะว่ามีความแรงมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ถ้าหากไปติดตั้งเครื่องยนต์เพิ่มเป็น 8 เครื่องก็มีแต่จะเสียเชื้อเพลิงไปเปล่าๆ ซึ่งก็เหมือนกันกับแท็บเล็ตที่ใช้ชิปที่มีหลายคอร์ อินเทลได้มีการพัฒนาคอร์ ของโปรเซสเซอร์ให้กินไฟน้อยลงเมื่อทำงานที่เท่ากัน และยังได้มีการพัฒนาให้ชิปสามารถทำงานได้หลายงานพร้อมกัน ด้วยเทคโนโลยีอย่าง อินเทล ไฮเปอร์ เธรดดิ้ง เทคโนโลยี โปรเซสเซอร์ของอินเทลสามารถใช้คอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและทำงานได้เหมือนชิปอื่นๆ ที่มีคอร์มากกว่า

นั่นคือเหตุผลที่อินเทล ย้ำอยู่ตลอดเวลาในเรื่องของความสามารถในการจัดการกับคำสั่งที่ได้รับ เพื่อการประมวลผลอย่างมีประสิทธิภาพของทุกคอร์ที่มี เพื่อให้ทุกคอร์ได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง แล้วยิ่งในปัจจุบันที่ อินเทลได้พัฒนาชิปแบบ 64 ออกมาด้วยแล้ว จำนวนคอร์จึงลดความสำคัญลงไป เพราะว่าตัวเลขนั้น ไม่สามารถสะท้อนถึงสมรรถนะได้อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันนี้ ก็สามารถหาซื้อแท็บเล็ตประสิทธิภาพสูงที่ใช้ชิปประมวลผล อินเทล® อะตอม™ ได้หลายรุ่นไม่ว่าจะเป็น Dell Venue 8 Pro*, Acer Iconia One 7*, Acer Iconia W4*, ASUS FonePad 7* เป็นต้น


แล้วควรจะเลือกอย่างไร
คำถามที่อยู่ในใจของคุณตอนนี้คือ “แล้วจะรู้ได้อย่างไร เวลาไปเลือกซื้อแท็บเล็ตว่า เครื่องไหนจะมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน” คำตอบของเราคือ เมื่อหันมาดูปัจจัยหลายๆอย่างแล้ว การที่จะบอกว่าชิปที่มีคอร์เยอะ จะมีประสิทธิภาพมากกว่านั้น อาจจะทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดและอาจไม่ได้เลือกซื้อสิ่งที่เหมาะสมกับการใช้งานที่สุดเสมอไป เพราะว่าคอร์แต่ละคอร์ สร้างมาบนพื้นฐานที่ต่างกัน และการมีหลายคอร์ทำให้แท็บเล็ตกินไฟมากขึ้น

วิธีง่ายๆคือตอบตัวเองให้ได้ว่าต้องการแท็บเล็ตเครื่องนั้นไปใช้ทำงานประเภทใด แล้วไปลองใช้งานจริงที่ร้านค้าดู รวมถึงศึกษาข้อมูลอื่นๆ นอกเหนือจากจำนวนคอร์ เช่นการใช้งานแบตเตอรี่ การเชื่อมต่อไวไฟและ3จี เพื่อประกอบการตัดสินใจไปด้วย อย่าให้จำนวนคอร์ มาทำให้คุณหลงเชื่อว่าจะทำงานได้ดีกว่า เพราะว่ามันไม่จริงเสมอไป 
[PR] Intel ไทยเผยถึงกลยุทธ์และนวัตกรรมสำหรับปี 2014
วันที่: 28 มี.ค. 57 - 14:42  ผู้ชม : 1375 ครั้ง
[PR] Intel ไทยเผยถึงกลยุทธ์และนวัตกรรมสำหรับปี 2014

กรุงเทพฯ, 27 มีนาคม 2557 --- นายสนธิญา หนูจีนเส้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด แถลงถึงกลยุทธ์และทิศทางทางการตลาดของอุตสาหกรรมไอทีในประเทศไทยว่า คอมพิวเตอร์ทั้งเดสก์ท้อปและโน้ตบุ๊กรูปแบบใหม่ ๆ จะเป็นแรงผลักให้เกิดกำลังการซื้อ ทั้งจากผู้ที่ซื้อเป็นครั้งแรก (First time buyers) หรือการเปลี่ยนเครื่องใหม่  (PC refresh) สำหรับในประเทศไทย โดยในปีนี้อินเทลจะมีผลิตภัณฑ์ ครบทุกประเภททั้งคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โมบายล์ต่างๆ โดยสมาร์ทโฟนแลแท็เบล็ตที่มีประสิทธิภาพและราคาไม่สูง ซึ่งประสิทธิภาพจะเป็นจุดเด่นของอินเทล ที่ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น ในปีนี้เราจะมีทูอินวันและแท็บเบล็ตที่รองรับทุกระบบปฏิบัติการ ระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการติดตั้งไว้ในเครื่องฟรี รวมทั้งซอฟท์แวร์และแอพพลิเคชั่นที่ผลักดันให้เกิดรูปแบบการใช้งานใหม่ๆ ไฮไลท์ในปีนี้แบ่งออกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้ดังนี้

คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป
รูปลักษณ์ใหม่ที่ดูสวยงามของมินิพีซี และเดสก์ท็อปแบบออลอินวัน (AIOs) เป็นตัวกระตุ้นที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดสก์ท็อป และอินเทลก็ช่วยให้พีซีมีคความสามารถในการทำงานใหม่ๆ ตามที่ผู้บริโภคและธุรกิจต้องการ ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบและติดตามเทคโนโลยีอยู่เสมอเป็นส่วนสำคัญที่สุดของการพัฒนาคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป และ อินเทลกำลังประกาศถึงแนวทางแผนการพัฒนาสำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปโดยเฉพาะ  ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2556  แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจเดสก์ท็อปของอินเทลที่ยังมีอยู่ ด้วยยอดขายของเดสก์ท็อปเพิ่มขึ้นร้อยละ 71 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว 

ความต้องการที่ขยายตัวในรูปลักษณ์ใหม่ของเดสก์ท็อปได้ขับเคลื่อนให้เกิดการการเติบโตในตลาด และแสดงให้เห็นว่าคนต้องการดีไซน์ที่สร้างสรรค์ ซึ่งสามารถใช้ศักยภาพและฟีเจอร์ของโปรเซสเซอร์จากอินเทล อย่างเต็มรูปแบบ จากการใช้งานของทั้งมินิ/ไทนี่พีซี ในสถานที่ที่คาดไม่ถึง เช่น บนเรือหรือในร้านค้าแผงลอย ไปจนถึงระบบเกม สตรีมบอกซ์* (Steambox*) รูปลักษณ์ที่เล็กและฟอร์มแฟคเตอร์ใหม่สำหรับเด้สก์ท็อป หรือ การใช้พีซีแบบ AIO ที่เคลื่อนย้ายได้สะดวกในห้องครัว ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้ให้ประโยชน์อย่างแท้จริง การต่อยอดจากดีไซน์ใหม่นั้น อินเทลได้ทำงานร่วมกับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์หลายคนเพื่อมอบแอพพลิเคชั่นใหม่ที่เหมาะกับการใช้งานแบบ multi-user, multi-touch (MU/MT) เช่น บอร์ดเกม และแอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษาที่เหมาะสำหรับขนาดของเครื่องและความสามารถในการรองรับระบบสัมผัสในพีซีแบบ AIO

ปีนี้อินเทล เตรียมเปิดตัว 5th Gen Intel® Core™ processor (อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 5) ซึ่งจะมาพร้อมกับระบบกราฟฟิก Intel® Iris™ Pro (อินเทล ไอริส โปร) ที่จะนำประสบการณ์กราฟฟิกอันน่าตื่นตาตื่นใจมาให้ผู้ใช้งานโดยไม่ต้องใช้การ์ดกราฟฟิกเสริม ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตื่นตากับกราฟฟิก 3 มิติขั้นสูง รวมทั้งยังสามารถทำให้ผู้ใช้งานสามารถตัดต่อภาพและวิดีโอขั้นสูงได้อย่างรวดเร็ว  และยังสามารถแสดงผลวิดีโอความคมชัดระดับ 4K Ultra HD ได้อย่างเยี่ยมยอด

อุปกรณ์โมบายล์

อุปกรณ์ทูอินวัน (2in1)
อุปกรณ์ทูอินวัน คือ นวัตกรรมของคอมพิวเตอร์แบบพกพาแนวใหม่ที่หลีกหนีความจำเจ มีดีไซน์ล้ำยุค มีเทคโนโลยีล่าสุด สามารถเป็นได้ทั้งคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตในเวลาเดียวกัน เป็นลูกเล่นใหม่ที่ทำให้มีความโดเด่นเป็นที่น่าจับตามอง คุณสมบัติอันโดดเด่นของอุปกรณ์ทูอินวัน ได้แก่ ประสิทธิภาพในการตอบสนองอย่างรวดเร็วจากระบบสัมผัส การทำงานหลายอย่างพร้อมกันอย่างไม่สะดุด อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น การนำเสนอภาพกราฟิกคุณภาพสูง (HD) และระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม ความชาญฉลาดในเรื่องของประสบการณ์การสัมผัส ซึ่งรวมถึงการนำเอาหน้าจอระบบสัมผัสประสิทธิภาพสูงมาใช้ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้และการแสดงผลบนหน้าจอเป็นไปอย่างง่ายและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้อินเทลได้นำเสนอเทคโนโลยีแนวใหม่ ที่มอบประสบการณ์การใช้งานอย่างเสมือนจริง เป็นธรรมชาติและมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น อย่าง Intel® Edison หรือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี Intel® Quark มาพร้อมคุณสมบัติการเชื่อมต่อแบบไร้สายรวมถึงรองรับระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย Intel® RealSense หรือ ระบบประสาทสัมผัสเสมือนมนุษย์ที่มาสู่อุปกรณ์ของอินเทลในตระกูลผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ใหม่ จะติดตั้งมากับอุปกรณ์ทูอินวัน, แท็บเล็ต, อัลตร้าบุ๊ก™, โน๊ตบุ๊ก และออลอินวัน จากหลากหลายแบรนด์อย่าง Acer*, ASUS*, Dell*, Fujitsu*, HP*, Lenovo* และ  NEC* ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2014

แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน...ตัวเล็กแต่ยังมาแรง
ในปี 2014 มีการคาดการณ์ว่าตลาดอุปกรณ์โมบายล์เช่น แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ โดยอินเทลจะก้าวเข้าไปมีบทบาทให้มากยิ่งขึ้น และอินเทลเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการเติบโตของตลาดแท็บเล็ต ซึ่งเมื่อรวมกับสถาปัตยกรรมระดับไมโครอย่างซิลเวอร์มอนท์ ที่มีการเปิดตัวไปแล้ว จะทำให้ตลาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสถาปัตยกรรมดังกล่าวให้ประสิทธิภาพ การประมวลผลสูงกว่ารุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบันถึงประมาณ 3 เท่า หรือประหยัดพลังงานถึงประมาณ 5 เท่าเมื่อใช้งานในระดับการประมวลที่เท่ากัน2 ซึ่งแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังของอินเทล จากหลากหลายแบรนด์ ได้ทยอยเปิดตัวให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสถึงประสิทธิภาพอันทรงพลัง ซึ่งสามารถรองรับทั้งแอนดรอยด์และวินโดวส์ ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ

ในปีนี้ อินเทลได้เปิดตัว SoC ขนาด 64 บิต ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานและการทำงานที่ทรงพลังมากขึ้นกว่าเท่าตัว และจะมีการเปิดตัว อะตอม โปรเซสเซอร์ใหม่ ชื่อรหัส “SoFia” โดยผู้ผลิตหลายรายที่เป็นพันธมิตรกับอินเทลจะทยอยเปิดตัวแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนที่ได้รับการพัฒนาและมาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็วและไม่สะดุดในยุค Internet of Things เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม จึงถือเป็นสิ่งที่น่าจับตามองในวงการไอที โดยในปีนี้จะอุปกรณ์โมบายล์จากหลากหลายแบรนด์รวมทั้ง ASUS*, Acer*, Samsung*, Dell*, Lenovo* และอื่นๆ

Mobile Specialty Retail หรือ MSR
อินเทลได้เข้าสู่ตลาดแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนอย่างเต็มรูปแบบและได้วางกลยุทธ์เพื่อเจาะตลาดแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนอย่างเต็มที่ ผ่านช่องทางของร้านค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยที่จำหน่ายอุปกรณ์โมบายล์ที่เรียกว่า Mobile Specialist Retail หรือ MSR ซึ่งจะเพิ่มความเชื่อมั่นในการซื้ออุปกรณ์โมบายล์ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังของอินเทล และจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตามมาอีกมากมายในปีนี้

ดาต้า เซ็นเตอร์ และ บิ๊กดาต้า
อินเทล® ซีออน™E7 v2 โปรเซสเซอร์ ช่วยยกระดับการประมวลผลสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่
การเปิดตัวของ อินเทล® ซีออน™E7 v2 โปรเซสเซอร์ เป็นการสนับสนุนให้หลากหลายธุรกิจ ตั้งแต่ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจด้านสุขภาพ การธนาคาร ไปจนถึงธุรกิจการขนส่งและเดินทาง ให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากการแปลงข้อมูลไปสู่ความเข้าใจเชิงลึกที่ปฏิบัติได้ การใช้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์นั้นจะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจต่างๆ สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลที่ดีขึ้นในทุกระดับ อินเทล® ซีออน™ E7 v2 โปรเซสเซอร์นี้มีความสามารถในการวิเคราะห์และประมวลผลที่สูงขึ้น รวมถึงสามารถจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาลและหลากหลายได้ เพื่อทลายขีดจำกัดต่างๆ ของการวิเคราะห์ข้อมูลที่หลายธุรกิจประสบอยู่ก่อนหน้านี้

บิ๊กดาต้า เปิดทางให้นวัตกรรมใหม่ๆได้แจ้งเกิด
อินเทลเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์จำนวนกว่า 15,000  ล้านเครื่องจะสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คำถามที่สำคัญคือจะจัดการกับข้อมูลและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร คำถามนี้ทำให้ผู้คนในแวดวงอุตสาหกรรมไอทีหันมาให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เพื่อหาความเป็นไปได้และการจัดการกับข้อมูลดิบ บิ๊กดาต้าจะช่วยให้บริษัทมีการจัดการกับข้อมูลมหาศาลอย่างชาญฉลาดขึ้น และมีความได้เปรียบทางธุรกิจ ซึ่งหน่วยงานต่างๆของรัฐก็จะเดินไปในทิศทางเดียวกัน

บิ๊กดาต้า และ Internet of Things (IoT) นั้น เปิดโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้กับหลายธุรกิจ เพราะองค์กรเหล่านั้นสามารถเติบโตขึ้นได้จากการพัฒนาบริการใหม่ๆ ที่สร้างรายได้ โดยอาศัยข้อมูลที่องค์กรสามารถเรียกดูได้ ยังมีการคาดการณ์ว่าตลาดเทคโนโลยีและด้านการบริการที่เกี่ยวข้องกับบิ๊กดาต้านั้น จะเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 27 ต่อปี และจะเติบโตไปจนถึงปี 2560 โดยจะมีมูลค่าสูงถึง 32,400 ล้านเหรียญสหรัฐ3 ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนอัตราการเติบโตนี้คือ ข้อมูลอันมหาศาลที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในอุปกรณ์ต่างๆ (IoT) ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนสูงถึง 3 หมื่นล้านเครื่องในปี 25633  ซึ่งจะทำให้การลงทุนเพื่อระบบการวิเคราะห์และประมวลผลขั้นสูงนั้น ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ตัวอย่างเช่น หน่วยงานแผนกไอทีของอินเทลเอง คาดว่าจะสามารถลดต้นทุน และเพิ่มกำไรขั้นต่ำได้ถึงเกือบ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2559 จากการใช้ประโยชน์ของโซลูชั่นการวิเคราะห์ข้อมูล โดยอินเทลจะนำเสนอ 3 ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม อินเทล ซีออน ซึ่งได้รับการพัฒนาจากเทคโนโลยี 22 นาโนเมตร ได้แก่ Intel Xeon processor E3-1200v3 product family (Haswell), Intel Xeon processor E5-2600 v2 product family (Ivy Bridge-EP) และ Intel Xeon processors E7 v2 family 
[PR] Intel เปิดตัวแพลตฟอร์มเวอร์ชวลไลเซชั่น เทคโนโลยีสำหรับการใช้งานในระบบอุตสาหกรรม
วันที่: 12 มี.ค. 57 - 16:36  ผู้ชม : 1127 ครั้ง
[PR] Intel เปิดตัวแพลตฟอร์มเวอร์ชวลไลเซชั่น เทคโนโลยีสำหรับการใช้งานในระบบอุตสาหกรรม

กรุงเทพ, ประเทศไทย, 12 มีนาคม 2557 – อินเทล คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยในงาน Embedded World ณ เมืองนูมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี ถึง Intel® Industrial Solutions System Consolidation Series โซลูชั่นที่เปิดทางให้ผู้ผลิตจากแบรนด์ต่างๆ (OEMs) ผู้ผลิตและผู้วางระบบการทำงานต่างๆ ในการจัดวางระบบอุตสาหกรรมแบบฝังตัวล่าสุด ซึ่งเป็นโซลูชั่นตัวแรกแบบ pre-integrated และ pre-validated ใช้สำหรับการทำงานแบบเวอร์ชวลไลเซชั่น ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถรวบรวมระบบที่หลากหลายให้เข้ามาอยู่ในระบบเดียวกันได้เพื่อการจัดการที่ง่ายขึ้น โซลูชั่นในซีรี่ยส์ใหม่นี้จะสามารถช่วยลดต้นทุนและเร่งการผลิตสินค้าออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้วยคุณสมบัติของการเป็นผลิตภัณฑ์แบบฝังตัวสำหรับการทำงานแบบเวอร์ชวลไลเซชั่น ซึ่งถูกออกแบบเพื่อการใช้งานภายใต้แวดล้อมของอุตสาหกรรมและระบบการทำงานแบบอัตโนมัติอย่างแท้จริง Intel Industrial Solutions System Consolidation Series ทำให้ผู้ใช้งานสามารถรวบรวมระบบที่หลากหลายให้เข้ามาอยู่ในระบบเดียวกันได้เพื่อการจัดการที่ง่ายขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในกระบวนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้มากขึ้น

จิม โรบินสัน ผู้จัดการทั่วไปแผนก Segments and Broad Market Division กลุ่มโซลูชั่น Internet of Things แห่งอินเทล กล่าวว่า “ ในภาคอุตสาหกรรม มีความต้องการเทคโนโลยีที่จะกรุยทางให้เกิดนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้มากขึ้นเรื่อยๆ จากความสามารถในการรวบรวมระบบที่หลากหลายภายในการทำงานของเครื่องมือและอุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม ให้เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มการทำงานระบบคอมพิวเตอร์เดียวกัน  แพลตฟอร์มแอพลิเคชั่นพร้อมใช้งานจากอินเทลนี้ ใช้งานง่ายและราคาย่อมเยาเหมาะสำหรับให้ผู้ผลิตจากแบรนด์ต่างๆ ผู้ผลิตและผู้วางระบบการทำงานในอุตสาหกรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งระบบที่สามารถรวบรวมหรือจัดการกับการทำงานแบบเวอร์ชวลไลเซชั่นได้


Intel® Industrial Solutions System Consolidation Series นำเสนอโซลูชั่นอย่างสมบูรณ์ที่ประกอบด้วยขุมพลังของอินเทล® คอร์™ i7 โปรเซสเซอร์ และชุดซอฟท์แวร์เวอร์ชวลไลเซชั่นแบบ pre-integrated ที่ติดตั้งมากับเครื่อง โดย Wind River Hypervisor* ที่กำหนดค่าล่วงหน้าไว้แล้วจะสนับสนุนการทำงาน 3 ส่วนที่แตกต่างกันของการจัดเก็บโครงสร้างทางข้อมูลใน 2 กรณี ดังนี้ Wind River VxWorks* จะทำงานในแบบเรียล-ไทม์ แอพลิเคชั่นส์ และ Wind River Linux 5.0 สำหรับในการทำงานแบบ นอน-เรียล-ไทม์ แอพลิเคชั่นส์ โดยทั้ง 2 แอพลิเคชั่นส์นี้ได้รวมอยู่ในชุดซอฟท์แวร์จัดเก็บข้อมูลนี้แล้ว

มีความพยามยามก่อนหน้านี้ ในการพัฒนาโซลูชั่นจัดเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่งถือเป็นความท้าทายอันหนักหน่วง เนื่องจากมีหลากหลายแอพลิเคชั่นที่ใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการการทำงานแบบเรียล-ไทม์ หรือต้องมีความสามารถในการทำงานที่คาดการณ์ล่วงหน้าได้ การทำงานแบบเวอร์ชวลไลเซชั่นจะรองรับความสามารถนี้โดยแบ่งปริมาณงานที่สำคัญ ผ่านการทำงานของระบบที่รองรับการทำงานอันหลากหลายได้ เมื่อมีการแบ่งระบบออกเป็น 3 ส่วน นักพัฒนาสามารถรวบรวมระบบการทำงานอันหลากหลายให้เข้ามาอยู่ในระบบเดียวกันได้ ซึ่งสามารถลดต้นทุน เพิ่มความยืดหยุ่นใน     การทำงาน และลดภาระพื้นที่ในการปฏิบัติงานได้

Baosight* คือหนึ่งในผู้วางระบบการทำงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ที่ใช้ Intel Industrial Solutions System Consolidation Series ในการสร้างสรรค์ iCentroGate* ผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล และการสื่อสารที่ควบรวมการทำงาน 2 ส่วนที่เป็นอิสระจากกัน เข้ามาไว้ในหน่วยประมวลผลกลางของคอมพิวเตอร์ (CPU) จากการใช้อินเทล โซลูชั่นของบริษัทแสดงให้เห็นว่าสามารถประหยัดเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ประมาณร้อยละ 60 และลดต้นทุนในการผลิตได้ร้อยละ 50 อีกด้วย

มร. ตง เวินเซง ผู้จัดการทั่วไป แผนกวิจัยและพัฒนาแห่งบริษัท Baosight กล่าวว่า “Intel Industrial Solutions System Consolidation Series ช่วยให้เราสามารถนำเสนอโซลูชั่นที่โดดเด่นและมีความทันสมัยให้แก่ลูกค้าหลักของเราได้ ทำให้เป็นโอกาสทางเทคโนโลยีอันยิ่งใหญ่ให้แก่บริษัท และจากการริเริ่มใช้แพลตฟอร์มแอพลิเคชั่นพร้อมใช้งานจากอินเทล ทำให้เราสามารถประหยัดเวลาและลดต้นทุนในการพัฒนาได้อย่างมากมาย”

ภายในปีนี้ อินเทลจะนำเสนอชุดซอฟท์แวร์ที่มี McAfee Embedded Control* รวมอยู่ด้วย ซึ่งชุดซอฟท์แวร์นี้จะมีในแบบที่ไม่ติดตั้งมากับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้ผู้ผลิตจากหลากหลายแบรนด์ที่เชี่ยวชาญในการติดตั้งสามารถนำไปปรับแต่งหรือใส่แบรนด์ได้ตามต้องการ

ชุดโซลูชั่น Intel Industrial Solutions System Consolidation Series เพื่อการพัฒนาในระยะแรกเริ่มจะวางจำหน่ายในราคา 3,858 เหรียญสหรัฐ/ชุด และชุดโซลูชั่นสำหรับการติดตั้งเพื่อการผลิตจะวางจำหน่ายในราคา 2,998 เหรียญสหรัฐ/ชุด รับประกันสินค้าและบำรุงรักษาที่ 1 ปี ซึ่งทั้ง 2 ชุดโซลูชั่นพร้อมวางจำหน่ายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

เผยโฉมอุปกรณ์ซอฟท์แวร์ใหม่สำหรับการใช้งานในระบบอุตสาหกรรม
อินเทลยังได้เปิดตัว Intel® System Studio (อินเทล® ซิสเต็ม สตูดิโอ) เวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งเป็นชุดซอฟท์แวร์ที่คิดค้นมาเพื่อให้นักพัฒนาสามารถรังสรรค์ระบบอุตสาหกรรมแบบฝังตัว รวมทั้งระบบที่ใช้ Intel Industrial Solutions System Consolidation Series ด้วย ซอฟท์แวร์และชุดเครื่องมือใหม่นี้จะมอบทั้งความเหมาะสมในการใช้งานอย่างเต็มที่และเครื่องมือในการวิเคราะห์การทำงาน เพื่อช่วยให้ระบบมีความเสถียรตลอดอายุการใช้งาน สามารถสัมผัสประสบการณ์การใช้งานของ Intel System Studio ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในเวลาจำกัด เพียงซื้อ โซลูชั่น Intel Industrial Solutions System Consolidation Series เท่านั้น

Intel System Studio เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Intel Developer Program for Internet of Things ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับ ผู้ที่ชื่นชอบงานอดิเรก นักเรียน ผู้ผลิต และนักพัฒนาแบบผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถต่อยอดความคิดในการพัฒนาแอพลิเคชั่นต่างๆ วางจำหน่ายในตลาดได้อีกด้วย



Evolve 3 Maestro แท็บเล็ตที่รันได้ 3 ระบบปฏิบัติการ Windows 7, Android และ Meego
วันที่: 28 มี.ค. 55 - 17:44  ผู้ชม : 13221 ครั้ง
Evolve 3 Maestro แท็บเล็ตที่รันได้ 3 ระบบปฏิบัติการ Windows 7, Android และ Meego

บริษัท Intel ร่วมกับบริษัทออสเตรเลียเปิดตัวแท็บเล็ต Evolve 3 เป็นแท็บเล็ตตัวแรกที่สามารถรันได้ทั้ง 3 ระบบปฏิบัติการ Windows 7, Android และ Meego โดยจะใช้ชิพ Intel Pine trail ที่มีซีพียู dual core Atom N475 คาดว่าจะวางขายช่วง Q2 นี้

สเปค Evolve 3 Maestro
  • ชิพ Intel Pine Trail ซีพียู dual core Atom N475 1.83GHz
  • หน้าจอขนาด 10 นิ้ว
  • แรมขนาด 2GB DDR3
  • เก็บข้อมูลแบบ SSD 32GB
  • WiFi, 3G
  • กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล
  • USB จำนวน 2 ช่อง
  • mini VGA, microSD
  • ลำโพงสเตอริโอ
  • ช่องเสียบหูฟังและไมโคนโฟน
  • ขนาดตัวเครื่อง 275 x 170 x 14 มม.
  • ตัวเครื่องหนัก 835 กรัม

ในวีดีโอพนักงานของทาง Intel แจ้งว่าตัวที่นำมาแสดงนั้นเป็นตัวต้นแบบซึ่งจะรันได้แค่ Meego และ Windows 7 แต่ตัวที่จะวางขายจริงนั้นจะสามารถรันได้ทั้ง 3 ระบบปฏิบัติการ
ที่มา: netbooknews -> liliputing, com
Dell จับมือ Intel โชว์ Venue 8 7000 กล้องหลัง 3 ตัว มาพร้อมเทคโนโลยี Intel RealSense
ในงาน IDF 2014 ที่ทาง Intel ได้จัดขึ้นมีการโชว์ Dell Venue 8 7000 แท็บเล็ต Android ขนาดหน้าจอ 8.4 นิ้วความละเอียด 2K, แรม 2GB, ตัวเครื่องบางแค่ 6 มม. แต่ที่น่าสนใจคือมีการโชว์เทคโนโลยีโมดูลกล้องใหม่เรียกว่า Intel RealSense มันสามารถจะคำนวนและทราบความลึกของภาพได้
ASUS เปิดตัว MeMO Pad 8 รหัส AST21 ที่ญี่ปุ่น จอ Full HD ชิป Moorefield Z3580
เมื่อ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมาทาง KDDI บริษัทผู้ให้บริการมือถือในประเทศญี่ปุ่นได้จับมือกับทาง ASUS เปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ MeMO Pad 8 รหัส AST21 ถ้าดูจากสเปคเครื่องแล้วจะสูงกว่ารุ่นปกติที่ขายในบ้านเรา (รุ่นที่ขายในไทยปัจจุบันรหัส ME180A) มีความละเอียดหน้าจอ 1920 x 1200 Full HD ใช้ชิปประมวลผล Intel Moorefield (ซีพียู Atom Z3580 Quad-core 64-bit ความเร็วสูงสุด 2.33GHz จีพียู PowerVR G6430) ตัวเครื่องบาง 7.45 มม. รองรับ 4G LTE
สเปคโผล่ ASUS Transformer Pad TF103C รัน Android ชิป Bay Trail ซีพียู Quad-core
ทางฝั่ง ASUS ก็มีสเปคแท็บเล็ตรุ่นใหม่หลุดออกมาด้วย นั่นก็คือ ASUS Transformer Pad TF103C เป็นแท็บเล็ต Android มีคีย์บอร์ดประกอบร่างกับแท็บเล็ตได้ ใช้ชิป Intel Bay Trail ซีพียู Quad-core เช่นเดียวกับแท็บเล็ต Acer ที่มีข่าวหลุดออกมาล่าสุด
Acer Iconia A1-840 โผล่เว็บ GFXBench เผยสเปครัน Android KitKat ชิป BayTrail ซีพียู Quad-core
เพิ่งจะปล่อย Acer Iconia A1-830 มาได้ไม่นานก็มีข่าว Acer Iconia A1-840 รุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว เป็นข้อมูลที่พบบนเว็บทดสอบประสิทธิภาพ GFXBench เผยสเปคดังนี้


โปรโมชั่น Intel
ราคา Intel
[ไทย] ASUS เปิดตัว Transformer Book Trio รัน Android + Windows 8.1 ราคา 34,990 บาท ชิป Haswell 4th Gen
อีกหนึ่งไฮไลท์ในงานเปิตตัววันนี้ที่ทาง ASUS ได้เปิดตัวก็คือ Transformer Book Trio เครื่อง 2-in-1 เช่นกันมีคีย์บอร์ดแยกร่างได้ แต่จะต่างจาก Transformer ปกติตรงที่มีหน่วยประมวลผล 2 ชุด 1 ชุดอยู่ที่แท็บเล็ตและอีกชุดอยู่ที่คียบอร์ด รัน 2 ระบบปฏิบัติการในเครื่องเดียวทั้ง Android และ Windows 8.1 สามารถสลับสับเปลี่ยนไปมาโดยการกดปุ่มเดียว (เปลี่ยนให้ทันทีไม่ต้อง reboot เครื่องใหม่) เริ่มขายในไทยธันวาคม 2556 นี้ที่ราคา 34,990 บาท
[ไทย] ASUS เตรียมขาย Transformer Book T100 มกรานี้ที่ราคา 12,990 บาท แถม Office 2013 ชิป Bay Trail
วันนี้ทาง ASUS ไทยจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หนึ่งในนั้นก็คือ Transformer Book T100 เครื่อง 2-in-1 รัน Windows 8.1 มีคีย์บอร์ดแยกร่างได้ ชิป Intel Bay Trail ซีพียู Atom Quad-core รุ่นล่าสุด เริ่มวางขายในไทยเดือนมกราคม 2557 ที่ราคา 12,990 บาท
Fujitsu Stylistic Q550 จะขายในสหรัฐราคาต่ำกว่า $800
บริษัท Fujitsu ได้เปิดตัวราคาและช่วงเวลาวางจำหน่ายของ Fujitsu Stylistic Q550 ในสหรัฐแล้วโดยจะขายในราคาต่ำกว่า $800 ~ 24,480 บาทช่วงฤดูใบไม้ผลิของสหรัฐ (เดือนมีนาคม - มิถุนายน)
ข่าวเปิดตัว Intel
เปิดตัว ASUS MeMO Pad 7 (ME572C/CL) ซีพียู Intel Moorefield 64-bit, จอ Full HD, รองรับ 4G LTE
ในงาน IFA 2014 ทางฝั่ง ASUS นอกจากจะเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะ ZenWatch แล้ว ยังมีแท็บเล็ตรุ่นใหม่ ASUS MeMO Pad 7 รหัส ME572C และ ME572CL เปิดตัวด้วย สำหรับรุ่นนี้มีการเปลี่ยนดีไซน์ตัวเครื่องใหม่ (ส่วนตัวรู้สึกเหมือนกระเป๋าสตางค์ ^^') สเปคใช้หน้าจอขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920 x 1200, ซีพียู Intel Atom Z3560 Quad-core 64-bit ชิป Intel Moorefield รุ่นใหม่, แรม 2GB มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.4 KitKat + ZenUI ที่น่าสนใจคือมีรุ่นรองรับ 4G LTE แล้ว หลังจากที่รุ่นก่อนหน้านี้จะรองรับแต่ WiFi อย่างเดียว
เปิดตัว Acer Aspire Switch 10 เครื่อง 2-in-1 แท็บเล็ต/โน้ตบุ๊ค ใช้งานได้ 4 รูปแบบ
สำหรับทางฝั่ง Windows นั้น Acer ก็ได้เปิดตัว Aspire Switch 10 เครื่อง 2-in-1 แท็บเล็ต/โน้ตบุ๊คที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ 4 รูปแบบ แยกร่างจอกับคีย์บอร์ดได้เหมือนกับ Acer Iconia W510 รุ่นก่อนแต่ต่างกันตรงวัสดุฝาหลังเป็นอลูมิเนียมและหน้าจอสามารถเสียบสลับกลับด้านได้คล้ายกับ Lenovo Helix
[ไทย] เปิดตัว Acer Iconia W4 แท็บเล็ต Windows 8.1 จอ 8 นิ้ว รุ่น 3G 64GB ราคา 16,900 บาท
วันนี้ 22 มกราคม 2557 ทาง Acer ได้จัดงานเปิดตัว Iconia W4 ในไทยเผยราคาตัวเครื่องอยู่ที่ 16,900 บาท เริ่มวางขายสิ้นเดือนนี้
รีวิวลองจับ Intel
[ไทย] ลองจับ ASUS Transformer Book Trio เครื่อง 3-in-1 ใช้ได้ทั้ง Android และ Windows 8.1
อีกหนึ่งรุ่นที่เปิดราคาออกมาค่อนข้างเซอร์ไพรส์เพราะดูจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Transformer Book ยัง 40k อัพ แต่พอมารุ่นนี้ Transformer Book Trio กลับเปิดราคามาแค่ 34,990 บาทเท่านั้น เห็นแล้วยังไม่เชื่อสายตาว่าทาง ASUS จะเปิดมาราคานี้ได้
[ไทย] ลองจับ ASUS Transformer Book T100 ชิป Bay Trail Quad-core รัน Windows 8.1
ASUS Transformer Book T100 เปิดราคาในไทยมาได้น่าตกใจไม่น้อยเพราะถูกกว่าที่สหรัฐเสียอีก (สหรัฐ $399 ยังไม่รวมภาษี) ถือว่างานนี้ทาง ASUS มาแปลกเพราะส่วนใหญ่แล้วจะเปิดราคามาแพงเสียจนลำบากจะซื้อ ยังไงก็แล้วแต่ถือเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภคอย่างเราและการที่ทาง ASUS เปิดราคามาระดับนี้ทำให้ค่ายอื่นๆก็คงจะหวั่นใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
[ไทย] พรีวิว Sony VAIO Tap 11 แท็บเล็ต Windows 8 ชิป Haswell บาง 9.9 มม. (มีปากกา + คีย์บอร์ด)
เมื่อวานนี้ทาง Sony ได้จัดงานเปิดตัว VAIO Tap 11 แท็บเล็ต Windows 8 ชิป Intel Haswell 4th Gen รุ่นล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดตัวในต่างประเทศไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ทางเว็บมีพรีวิวพร้อมรายละเอียดมาให้ได้ชมกันครับ
ข่าว Intel ในไทย
[ไทย] ASUS ปล่อย Transformer T100TA รุ่นอัพเดท อัพซีพียูเป็น Atom Z3775
ข่าวนี้เป็นการวางขายแบบเงียบๆไม่มีใครทราบถ้าไม่เข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซต์ของร้าน JIB ซึ่งถ้าใครเข้าไปดูจะเห็นว่ามีข้อมูล ASUS Transformer T100TA เพิ่มเข้ามาอีก 2 รุ่นรหัส DK024H และ DK025H เมื่อดูสเปคเครื่องแล้วมีการเปลี่ยนไปใช้ซีพียู Intel Atom Z3775 แทนที่ Z3740 แต่ราคาขายยังคงเท่าเดิมคือ 12,990 บาท และ 14,990 บาท
[PR] Intel แต่งตั้งนาย สนธิญา หนูจีนเส้ง เข้าดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ
กรุงเทพฯ, 3 มีนาคม 2557 – บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งการเกษียณอายุการทำงานของนายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ หลังจากเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2540 ตลอดระยะเวลา 35 ปี ในแวดวงเทคโนโลยี นายเอกรัศมิ์ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวงการเทคโนยีในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง หลังจากช่วงเปลี่ยนผ่านสิ้นสุดลง นายสนธิญา หนูจีนเส้ง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการขายและพัฒนาธุรกิจ จะเข้ารับตำแหน่งแทน
[PR] BaNANA IT จัดกิจกรรม Vote the Power of Intel Inside ร่วมโหวตลุ้นรับ ASUS Fonepad ฟรี
ทาง BaNANA IT มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกลุ้นรับ ASUS Fonepad ฟรี 1 รางวัล รายละเอียดวิธีการร่วมสนุกดูได้ในข่าวข้างล่างนี้ครับ

ป้ายคำ